
ผู้นำใหม่ ปิโตรนาส
เมื่อไม่นานมานี้ ปิโตรนาส บริษัทน้ำมันแห่งชาติของประเทศมาเลเซีย ได้ประกาศแต่งตั้งให้ ดาโต๊ะ วาน ซูลกิฟลี วาน อริฟฟิน
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
เมื่อไม่นานมานี้ ปิโตรนาส บริษัทน้ำมันแห่งชาติของประเทศมาเลเซีย ได้ประกาศแต่งตั้งให้ ดาโต๊ะ วาน ซูลกิฟลี วาน อริฟฟิน ขึ้นเป็นประธานและซีอีโอคนใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2558 จนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2561
ผู้นำคนใหม่ของปิโตรนาสถือเป็นลูกหม้อตัวจริง เพราะร่วมงานกับบริษัทมาตั้งแต่ปี 2526 ในฐานะวิศวกร ก่อนจะไต่เต้าขึ้นมาเรื่อยๆ จนนั่งเก้าอี้บริหารการผลิตกลุ่มธุรกิจต้นน้ำ และประธานฝ่ายปฏิบัติการ หรือซีอีโอของบริษัท จนล่าสุดขึ้นมากุมบังเหียนบริษัทด้วยวัย 54 ปี
ยุคของ วาน ซูลกิฟลี ถือเป็นการบริหารท่ามกลางความท้าทายอย่างหนัก เพราะบริษัทจะต้องส่งเงินปันผลให้กับรัฐบาลในระดับไม่มากไม่น้อยกว่าเดิม พร้อมกับเดินหน้าลงทุนทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาน้ำมันตลาดโลกกำลังดิ่งหนัก ซึ่งที่ผ่านมารายได้จากน้ำมันมีสัดส่วนเกือบ 30% ของรายได้ของรัฐบาลมาเลเซีย
ทั้งนี้ เมื่อปี 2556 รัฐบาลมาเลเซียมีรายได้ทั้งหมดประมาณ 2.25 แสนล้านริงกิต 30% เป็นรายได้ที่มาจากธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และในจำนวนนี้ 2.9 หมื่นล้านริงกิต เป็นรายได้จากปิโตรนาส
สำนักข่าวต่างประเทศวิเคราะห์ว่า บริษัทปิโตรนาสเผชิญกับความท้าทายมากกว่าบริษัทน้ำมันแห่งชาติรายอื่นในอาเซียน เนื่องจากจำเป็นต้องจัดส่งรายได้ให้กับรัฐบาลในจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนว่าความท้าทายดังกล่าวจึงตกไปอยู่ในมือของซีอีโอคนใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งน่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถของผู้นำองค์กรได้เป็นอย่างดีว่าจะทำให้องค์กรสามารถเดินหน้าไปตามวิสัยทัศน์ขององค์กรที่ตั้งใจจะบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการผลิตให้มีความสมดุลระหว่างการค้า สิ่งแวดล้อม และสังคม เพื่อที่จะสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และสังคมท้องถิ่น ไม่ว่าบริษัทจะเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ไหนก็ตาม
สำหรับโจทย์ใหญ่ในวันนี้ คนในวงการมองว่า ซีอีโอคนใหม่จะต้องกระตุ้นให้เกิดการควบรวมกิจการ เนื่องจากช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา มีบริษัทด้านบริการผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ในช่วงที่น้ำมันราคาแพง แต่เมื่อน้ำมันทรงตัวที่ประมาณ 50 เหรียญสหรัฐ จะต้องหาทางปรับโครงสร้างและลดต้นทุนลงให้ได้
สำหรับปีนี้ปิโตรนาสต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินการลงประมาณ 25-30% เพื่อให้บริษัทยังทำกำไรได้ และเตรียมลดรายจ่ายด้านการลงทุนสูงสุด 20% อีกด้วย
ต้องจับดูกันว่าซีอีโอคนใหม่จะใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ยาวนานในวงการพลังงานมาช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและสร้างความมั่นคง รวมถึงสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้อย่างไร







