
เอสพีพีโวยลดซื้อไฟฟ้า
สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าฯ เตรียมยื่นหนังสือถึง กพช.ทบทวนมติรับซื้อไฟฟ้าแค่ 20 เมกะวัตต์
สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าฯ เตรียมยื่นหนังสือถึง กพช.ทบทวนมติรับซื้อไฟฟ้าแค่ 20 เมกะวัตต์
นายไพทูร ไพศาลสุขวิทยา อุปนายกสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้สมาคมจะยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ให้พิจารณาทบทวนมติ กพช. เมื่อวันที่ 16 ก.พ.
ที่ผ่านมา ที่กำหนดการต่อสัญญารับซื้อไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (เอสพีพี) ระบบโคเจเนอเรชั่น 25 ราย กำลังการผลิต 1,700 เมกะวัตต์ ที่ทยอยหมดสัญญาตั้งแต่ปี 2560-2568 ในปริมาณไม่เกิน 20% ของกำลังการผลิตดั้งเดิม หรือคิดเป็นกำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์/ราย โดยขอให้ปรับเกณฑ์เป็นรับซื้อไม่เกิน 60 เมกะวัตต์/ราย
ปัจจุบันกำลังการผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้าเอสพีพีจะอยู่ที่เฉลี่ยแห่งละ 90 เมกะวัตต์ หากรัฐกำหนดให้เอสพีพีขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่อัตรา 20% ของสัญญาเดิม และรับซื้อไฟฟ้าไม่เกินอัตราค่าไฟฟ้าที่ซื้อจากโรงไฟฟ้าภาคเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) จะกระทบต่อเอสพีพี เพราะทำให้ไม่คุ้มทุนเมื่อเทียบกับการลงทุนโรงไฟฟ้าแต่ละแห่งที่ต้องใช้เงิน 4,000-5,000 ล้านบาท
“โรงไฟฟ้าเอสพีพีส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม โดยผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าให้กับโรงงานอุตสาหกรรมต่อเนื่องกว่า 20 ปี จนนักลงทุนมั่นใจในความมั่นคงด้านพลังงาน อีกทั้งที่ผ่านมาภาครัฐ
ส่งเสริมให้เอกชนผลิตไฟฟ้าเพื่อลดความเสี่ยงของ กฟผ. แต่เมื่อปริมาณสำรองไฟฟ้าเหลือมากไปกลับจะมาทิ้งเอกชน” นายไพทูร ระบุ
ด้านแหล่งข่าวจากสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทย ระบุว่า นักลงทุนสอบถามเข้ามาว่า หากเอสพีพีลดการผลิตไฟฟ้าป้อนโรงงาน ขอให้ภาครัฐการันตีว่าไฟฟ้าจะไม่ตก ดับ และไม่ขาดแคลน เพราะจะกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าโดยตรง







