
วอนตลท.วางกฎแตกพาร์
บจ.เฮโลลดพาร์กว่า 2 เดือน 10 บริษัท จ่ออีก 22 บริษัท บอร์ดมีมติให้ทำ โบรกเกอร์เสนอให้ ตลท.หามาตรการควบคุม
บจ.เฮโลลดพาร์กว่า 2 เดือน 10 บริษัท จ่ออีก 22 บริษัท บอร์ดมีมติให้ทำ โบรกเกอร์เสนอให้ ตลท.หามาตรการควบคุม
“โพสต์ทูเดย์” รวบรวมข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 5 มี.ค. 2558 มีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไม่นับรวมกองทุนรวมและกองทุนอสังหาริมทรัพย์ได้มีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) เป็นจำนวน 11 บริษัท ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นการลดพาร์ มีเพียงบริษัท โพลาริส แคปปิตัล (POLAR) เท่านั้น ที่เป็นการรวมพาร์จาก 1 บาท เป็น 30 บาท
นอกจากนั้น ในช่วงเวลาเดียวกันของปีนี้คณะกรรมการบริษัทอีก 23 บริษัท มีมติให้ลดพาร์เกือบทั้งหมด ยกเว้นเพียงบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) หรือ SLC เป็นการรวมพาร์จาก 1 บาท เป็น 5 บาท โดยสรุปเพียง 2 เดือนแรก มี บจ.ได้ทำการแตกพาร์แล้ว 10 บริษัท และมีอีก 22 บริษัท กำลังจะแตกพาร์ภายหลังคณะกรรมการได้มีมติให้ดำเนินการแล้ว
ก่อนหน้านี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสนับสนุนให้ บจ.ใช้การแตกพาร์หุ้น เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่องหุ้นอยู่ในระดับต่ำ จำนวนหุ้นในกระดานมีน้อย จนขณะนี้กลายเป็นแนวทางที่นิยมของ บจ.ทุก
ขนาด แม้แต่บริษัทขนาดใหญ่ อย่างเช่น บริษัท บ้านปู (BANPU) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS)
ขณะเดียวกัน มีหุ้นขนาดเล็กแตกพาร์ถี่เกินไปอย่างเช่น บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ (AJD) แตกพาร์ 2 ครั้งในรอบ 1 ปีนับจากกลับเข้ามาซื้อขาย (รีซูมเทรด) และถูกตลาดหลักทรัพย์ตั้งคำถาม และในท้ายที่สุดได้ยกเลิกมติการแตกพาร์ครั้งที่ 2 ไป
ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวว่า การแตกพาร์มีวัตถุประสงค์เพื่อลดระดับราคาหุ้น เปิดทางให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าลงทุนได้ด้วยเม็ดเงินลงทุนที่น้อยลง และเป็นการเสริมสภาพคล่องให้กับหุ้นนั้นๆ แต่ขณะนี้มี บจ.บางแห่งได้ใช้การแตกพาร์ถี่เกินความจำเป็น หลายแห่งเหลือต่ำที่สุดแล้วคือ 0.10 บาท จนเกิดการตั้งข้อสงสัยถึงเจตนาในการแตกพาร์ ดังนั้นตลาดหลักทรัพย์ควรจะมีมาตรการออกมาควบคุมหรือดูแลเรื่องการแตกพาร์ของ บจ.
“ตอนนี้ บจ.โดยเฉพาะขนาดเล็กพยายามหาทุกช่องทางในการดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาเล่นหุ้น ไม่เพียงแต่การแตกพาร์เท่านั้น รวมถึงการให้สัมภาษณ์เรื่องการขยายธุรกิจใหม่ไปพลังงานทดแทน หรือเช่าซื้อ ซึ่งธุรกิจกำลังเป็นที่สนใจของนักลงทุน” แหล่งข่าวเปิดเผย
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงราคาพาร์เป็นสิทธิผู้ถือหุ้นของ บจ. และหากใช้การแตกพาร์ไปในทางที่ถูกต้อง จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องหุ้นขาดสภาพคล่อง แต่ในกรณีใช้ไปในทางที่ไม่ดี เอื้อต่อการปั่นหุ้น ก็จะต้องเป็นเรื่องที่ทางตลาดหลักทรัพย์จะเข้ามาตรวจสอบการซื้อขายมากกว่า
“เราคงจะไปห้ามไม่ให้ บจ.เปลี่ยนแปลงพาร์ไม่ได้ เพราะเป็นสิทธิของผู้ถือหุ้น การไปออกเกณฑ์มาควบคุมจะเป็นเรื่องถอยหลังเข้าคลอง และตอนที่เราสนับสนุนให้ทำ ก็มีคนทำแล้วกลายเป็นข้อดี ดังนั้น หากไปควบคุมจะกระทบต่อคนที่ทำดี แต่สิ่งที่เราจะสามารถทำได้คือการดูแลตรวจสอบการซื้อขายหลังจากนั้น ว่าใครนำการแตกพาร์ไปใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด” นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าว







