
"ยูโอบี" ชี้โลกฟื้น ออกกองทุนใหม่ ลงทุนหุ้น5ตลาด
บลจ.ยูโอบี มั่นใจเศรษฐกิจโลกฟื้น ออกกองทุนใหม่ UOBSGCR หาผลตอบแทนจาก 5 ตลาดหุ้นทั่วโลก เสิร์ฟลูกค้ากระเป๋าหนัก
บลจ.ยูโอบี มั่นใจเศรษฐกิจโลกฟื้น ออกกองทุนใหม่ UOBSGCR หาผลตอบแทนจาก 5 ตลาดหุ้นทั่วโลก เสิร์ฟลูกค้ากระเป๋าหนัก
น.ส.ณัชชา สุนทรธาราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยูโอบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บลจ.ยูโอบี เปิดขายกองทุนเปิด ยูโอบี ซีเล็ค โกลบอล คอมเพล็กซ์ รีเทิร์น เอไอ ฟันด์ (UOBSGCR) เสนอขายครั้งแรกและครั้งเดียวระหว่างวันที่ 5-18 มี.ค. 2558 เพื่อหาผลตอบแทนจากตลาดหุ้นทั่วโลก 5 แห่ง
“กองทุนนี้เหมาะกับนักลงทุนที่มีเงินลงทุนสูงเงินลงทุนขั้นต่ำ 5 แสนบาท เพื่อหาโอกาสรับผลตอบแทนจากการเติบโตของตลาดหุ้นทั่วโลก” น.ส.ณัชชา กล่าว
สำหรับนโยบายของกองทุนจะนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูงทั่วโลกประมาณ 90% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนและส่วนที่เหลือไม่เกิน 10% จะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับ 5 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก ได้แก่ ดัชนี DAX ของเยอรมนี, ดัชนี NIKKEI ของญี่ปุ่น, ดัชนี S&P500 ของสหรัฐ, ดัชนี TWSE ของไต้หวัน และดัชนี HSI ของฮ่องกง
นอกจากนี้ กองทุนจะพิจารณาเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนทุก 6 เดือน รวม 6 ครั้ง หากสินทรัพย์อ้างอิงทั้ง 5 ชนิด เพิ่มขึ้นมากกว่าหรือเท่ากับ 10% เทียบกับสินทรัพย์อ้างอิงตัวนั้นๆ เมื่อวันจดทะเบียน แต่หากไม่เข้าเงื่อนไขดังกล่าว ผู้ถือหน่วยลงทุนยังคงมีโอกาสได้รับคืนเงินต้นเต็มจำนวนจากที่กองทุนได้ลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูงทั่วโลก
น.ส.ณัชชา กล่าวว่า บลจ.ยูโอบี มีมุมมองบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลกจากมาตรการผ่อนคลายทางการเงินจากธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลางญี่ปุ่นที่มีการเพิ่มปริมาณเงินเข้าสู่ระบบการเงินทั่วโลกรวมกันกว่า 1.23 แสนล้านเหรียญสหรัฐ/เดือน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก โดยดัชนี DAX ของเยอรมนี จะได้รับผลดีโดยตรงจากมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน ต้นทุนทางการเงินที่ต่ำในยูโรโซนจะสนับสนุนให้กำไรบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มขยายตัวสูงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรป
สำหรับดัชนี NIKKEI ของญี่ปุ่น ได้รับผลบวกจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากนโยบายอาเบะโนมิกส์ รวมทั้งการปรับสัดส่วนลงทุนในหุ้นเพิ่มเติมของกองทุนบำนาญแห่งชาติ ส่วนดัชนี S&P500 ของสหรัฐมีแนวโน้มเติบโตได้จากเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวต่อเนื่อง อัตราดอกเบี้ยอยู่ระดับต่ำและผลประกอบการบริษัทโดยรวมขยายตัวในระดับสูง
ขณะที่ดัชนี TWSE ของไต้หวัน ได้รับผลบวกจากการขยายตัวของทั้งสหรัฐและจีน กำไรบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีจากการขยายตัวของกลุ่มเทคโนโลยี และดัชนี HSI ของฮ่องกง ได้รับประโยชน์จากนโยบายผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางจีนและอัตราดอกเบี้ยในประเทศอยู่ในระดับต่ำ







