posttoday
อินโดฉีด 7 แสนล้าน   ลุยโครงสร้างพฐ.-ดูดลงทุน

อินโดฉีด 7 แสนล้าน ลุยโครงสร้างพฐ.-ดูดลงทุน

06 มีนาคม 2558

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

หลายปีที่ผ่านมาไทยถือเป็นประเทศที่มีแผนและงบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐาน “หวือหวา” มากที่สุดประเทศหนึ่งของภูมิภาค แต่ในปี 2558 นี้ ไทยดูเหมือนจะไม่ใช่ประเทศเดียวอีกต่อไปที่กำลังเร่งเครื่องโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ หลายประเทศในอาเซียนต่างแข่งขันกันลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน โดยเฉพาะอินโดนีเซีย

หลังจากอินโดนีเซียลดเงินอุดหนุนน้ำมันตั้งแต่เดือน พ.ย. 2557 ส่งผลให้อินโดนีเซียเหลือเงินงบประมาณมาใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น ล่าสุด เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา รัฐบาลอินโดนีเซียอนุมัติแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2558 ใหม่ โดยปรับงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจากเดิม 156.4 ล้านล้านรูเปีย หรือราว 3.9 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 280-290 ล้านล้านรูเปีย หรือราว 7.0-7.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว

ขณะเดียวกันในปี 2558 นี้ อินโดนีเซียยังมีแผนจะเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน (PPP) ถึง 43 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 52 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1.68 ล้านล้านบาท

บัสตารี ปัญจ์ อินดรา ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ กระทรวงการวางแผนการพัฒนาแห่งชาติของอินโดนีเซีย ระบุว่า ในปี 2558 นี้ อินโดนีเซียมีแผนให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก เช่น โครงการสนามบิน 10 โครงการ โครงการท่าเรือ 6 โครงการ นอกจากนี้ ยังมีโครงการรถไฟรางเดี่ยว รถไฟความเร็วสูง ทางด่วน รถไฟขนถ่านหิน อีกด้วย

หากย้อนดูนโยบายของโจโก วิโดโด หรือ โจโกวี ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ตั้งแต่สมัยที่เป็นเพียงผู้สมัคร โจโกวี ให้คำมั่นผ่านนโยบาย 10 ท่าเรือ 10 สนามบิน และ 10 นิคมอุตสาหกรรม เอาไว้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเขาจะเดินเครื่องเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างเต็มที่

เป้าหมายหลักของรัฐบาลโจโกวี คือ การลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ จากปัจจุบันอยู่ที่ 24% ของจีดีพี ให้เหลือเพียง 19% ของจีดีพีภายในระยะเวลา 5 ปี

ด้าน แฟรงกี้ ซิบารานิ ประธานกรรมการประสานงานการลงทุน (BKPM) ระบุว่า ภายใน 5 ปีนี้ อินโดนีเซียจะมีความต้องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสูงถึง 5,000 ล้านล้านรูเปีย หรือราว 12.58 ล้านล้านบาท โดยจะต้องมีโครงการท่าเรือใหม่ 24 แห่ง สนามบิน 15 แห่ง ทางยกระดับ 1,000 กิโลเมตร ถนน 2,650 กิโลเมตรทั่วประเทศ รวมถึงเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าอีก 35 กิกะวัตต์

ทั้งนี้ ต้องการให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนด้านการเงินอย่างน้อย 35% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด ขณะที่โครงการที่เหลือจะดำเนินการโดยงบประมาณของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ

ขณะที่ UOB Asian Enterprise Report 2014 ของธนาคารยูโอบี ระบุว่า เพราะอินโดนีเซียขาดโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมและรัฐบาลของโจโกวีเปิดกว้าง ส่งผลให้บริษัทในภาคธุรกิจก่อสร้างจากต่างประเทศมองโอกาสเข้ามาลงทุน รองรับการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐอินโดนีเซียด้วย จากการสำรวจของธนาคาร พบว่า บริษัทก่อสร้างในมาเลเซียที่ตอบแบบสอบถามสนใจเข้ามาลงทุนในอินโดนีเซียถึง 50% ตามด้วยสิงคโปร์ 40% ไทยและฮ่องกง รายละ 33% และจีน 10%

รายงาน ระบุด้วยว่า บริษัทในกลุ่มโลจิสติกส์ของหลายประเทศยังสนใจเข้ามาลงทุนในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากเชื่อว่าภาครัฐของอินโดนีเซียกำลังเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมรองรับภาคการขนส่ง โดย 50% ของบริษัทโลจิสติกส์มาเลเซีย และ 38% ของบริษัทโลจิสติกส์ไทยที่ตอบแบบสอบถาม มีแผนจะขยายการลงทุนในอินโดนีเซีย

โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในอินโดนีเซีย ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่เรียกความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติได้อย่างมาก หากรวมปัจจัยตลาดขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคด้วยจำนวนประชากรกว่า 200 ล้านคน ก็อาจทำให้ประเทศอื่นต้องเร่งทำการบ้านอย่างหนักทั้งก่อนและหลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปลายปีนี้ เพื่อให้ประเทศของตัวเองมีศักยภาพแข่งขันกับอินโดนีเซียต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท