
อุตฯ รองเท้าแห่ขายทิ้งกิจการ
โรงงานรองเท้าขนาดกลางประกาศขายกิจการ หลังต้นทุนพุ่ง ซ้ำขาดแรงงานฝีมือหนัก
โรงงานรองเท้าขนาดกลางประกาศขายกิจการ หลังต้นทุนพุ่ง ซ้ำขาดแรงงานฝีมือหนัก
นายชนินทร์ จิตต์โกมุท นายกสมาคมรองเท้าไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มมีผู้ผลิตรองเท้าขนาดกลางในไทยบางรายเริ่มประกาศขายกิจการแล้ว ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก หลังจากที่ก่อนหน้านี้โรงงานผลิตรองเท้าในไทยเหล่านี้มีการปรับตัวด้วยการลดขนาดธุรกิจ ลดกำลังการผลิตลง เพื่อที่จะประคองธุรกิจให้อยู่รอดจากภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งวัตถุดิบ และค่าแรง ทำให้การแข่งขันกับต่างประเทศสูงขึ้น โดยเฉพาะจีนและเวียดนาม รวมไปถึงการขาดแคลนแรงงานฝีมือ
ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการจำนวนมากได้ใช้วิธีหันไปนำเข้าสินค้าจากประเทศเหล่านี้มาทำตลาดในไทยแทน ส่วนรายใหญ่และรายกลางบางส่วนหากมีกำลังทุนมากพอ ได้ย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านแทน เนื่องจากค่าแรงงานของประเทศเพื่อนบ้านมีอัตราการเติบโตต่ำมาก เมื่อเทียบกับไทยที่ค่าแรงมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด
ขณะเดียวกัน ปัญหาล่าสุดที่ยังต้องเผชิญคือการขาดแคลนแรงงานฝีมือจำนวนมาก เนื่องจากแทบไม่มีแรงงานฝีมือรุ่นใหม่เข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมนี้เพิ่มเติม เพราะเป็นงานที่ต้องอดทนและใช้เวลาฝึก ภาพรวมแรงงานฝีมือในอุตสาหกรรมรองเท้า จึงขาดแคลนประมาณ 3-4 หมื่นคน ทำให้ไม่สามารถขยายการผลิตได้เพิ่มขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องเร่งปรับตัวหันไปผลิตสินค้าในระดับบนเพื่อความอยู่รอดหากจะคงกิจการเอาไว้
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมรองเท้าไทยให้ทัดเทียมกับต่างประเทศ สมาคมได้เชิญนักออกแบบชาวอิตาลีที่มาจากเมืองมาเซเรตา มาจัดอบรมเทคนิคการผลิตรองเท้าบู๊ต ระหว่างวันที่21-23 มี.ค. 2558 และวันที่ 26 มี.ค.-5 เม.ย. 2558 จัดที่ห้องฝึกอบรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระราม 4 (กล้วยน้ำไท) โดยสามารถสมัครเข้าร่วมอบรมผ่านทางสมาคมรองเท้าไทยได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ โดยรับจำนวนจำกัด นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะพาผู้ประกอบการไทยเดินทางไปดูลู่ทางการตลาดที่ลาวและเวียดนาม
ก่อนหน้านี้ สมาคมประเมินว่าในปีนี้การส่งออกรองเท้าไทยไปในตลาดต่างประเทศจะเติบโต 5% จากปีที่ผ่านมา การส่งออกมีมูลค่าประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท
ด้าน นายสมมาต ขุนเศษฐ กรรมการและผู้อำนวยการทั่วไปบริษัท แพนเอเซียฟุตแวร์ หรือ PAF กล่าวว่า อุตสาหกรรมรองเท้ายังไม่ถือว่าไม่มีหวัง แต่จะต้องปรับตัวเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลง ที่ปัจจุบันค่าแรงของไทยได้ผลักดันต้นทุนให้สูงขึ้น โดยการผลิตสินค้าระดับล่างที่เน้นปริมาณมากๆ จึงไม่สามารถจะสู้จีนและเวียดนามได้ แต่หากเป็นสินค้าที่รับจ้างผลิตที่มีปริมาณคำสั่งซื้อไม่มากนัก ไทยยังคงได้เปรียบกว่าด้วยฝีมือและคุณภาพที่ดีกว่าเพื่อนบ้าน ส่วนสินค้าระดับบนผู้ประกอบการไทยยังสามารถคงแข่งขันได้ดีอยู่







