
ธปท.ยันไม่คุมเงินเข้าออกแค่จับตาถี่ยิบ
โพสต์ทูเดย์
— ธปท.ยันไทยไม่เดินรอยตามอินโดนีเซีย คุมเงินเข้าตลาดหลักทรัพย์ 1 เดือนนางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า แม้ว่าภาวะตลาดการเงินช่วงนี้จะผันผวนบ้าง แต่เงินทุนไหลเข้าไทยยังอยู่ในสถานการณ์ปกติ โดยในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ซึ่งมีเงินทุนไหลเข้าในตลาดหุ้นไทยค่อนข้างมากจากปัญหาเศรษฐกิจยุโรป
ขณะที่สหรัฐก็ยังมีความไม่แน่นอนเรื่องการฟื้นตัวว่าจะต่อเนื่องหรือไม่ ส่วนภาวะเศรษฐกิจในเอเชียแม้ว่าจะมีแนวโน้มการฟื้นตัวดี แต่ประเทศในเอเชียก็เริ่มมีการใช้มาตรการดูแลเงินทุนไหลเข้าออกที่เข้มงวดมากขึ้น ทำให้นักลงทุนไม่กล้าทุ่มการลงทุนไปในประเทศใดเป็นพิเศษ
ล่าสุด ประเทศอินโดนีเซียออกมาตรการดูแลเงินไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นต้องอยู่ในตลาดหุ้น 1 เดือน แต่สำหรับไทยเงินทุนไหลเข้าตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณผิดปกติหรือพบการเก็งกำไร ดังนั้นมาตรการเหล่านี้ ธปท.ยังเห็นว่าไม่มีความจำเป็น เพราะช่วงนี้เราติดตามใกล้ชิดอยู่แล้ว
นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไปและเกิดปัญหากับสถาบันการเงินในช่วงที่ผ่านมา กระทั่งธนาคารเพื่อการชำระเงินระหว่างประเทศศึกษาการปรับปรุงมาตรฐานเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง ฉบับที่ 2 หรือบาร์เซิล 2 ใหม่ แต่สถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ทั่วโลกเริ่มมีกระแสคัดค้าน โดยเรียกร้องให้ทบทวนการนำเกณฑ์ดังกล่าวมาใช้ เนื่องจากกลัวว่าเกณฑ์ดังกล่าวจะกระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างไรก็ตามการปรับปรุงเณฑ์ดังกล่าวมีกำหนดเสร็จในสิ้นปีนี้ และนำใช้ในอีก 2 ปีข้างหน้าหรือ ปี 2556 ดังนั้นธปท.จึงยังไม่ชัดเจนว่าจะได้นำเกณฑืนี้มาใช้กับสถาบันการเงินไทยหรือไม่ เนื่องจากต้องรอดูทิศทางของบาร์เซิล 2 ก่อนว่จะมีความชัดเจนไปในทางใด
ทั้งนี้ สถาบันการเงินและธนาคารพาริชย์ในไทยค่อนข้างเข้มแข็งและมีมาตรการตามบาร์เซิล 2 ที่ยังไม่มีการปรับปรุงใน 2 หลักการสำคัญอยู่แล้ว คือ หลักการที่ 1ด้านเกณฑ์เงินกองทุน ธปท.มีการบังใช้มาตั้งแต่เดือนธ.ค.ปี 2551 แล้ว 2.หลักการเรื่องการปรับโครงสร้างเงินกองทุน ซึ่งมีการบังคับใช้มาตั้งแต่มิ.ย.ปี 2552 และ 3.หลักการเรื่องการดูแลผลกระทบเงินกองทุนให้ครอบคลุม ซึ่งอยู่ระหว่างบังคับใช้ภายในสิ้นปีนี้ หลังจาก่อนหน้านี้มีการทำความข้าใจกับสถาบันการเงินในระบบมาก่อนหน้านี้นานแล้ว







