
หมอสมองไหล?
ปัญหาหลักอีกประการหนึ่งซึ่งหลายๆ คนกลัวกันมากนั่นคือ ถ้าผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตาม MRA
โดย...ปิติ ศรีแสงนาม
ปัญหาหลักอีกประการหนึ่งซึ่งหลายๆ คนกลัวกันมากนั่นคือ ถ้าผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตาม MRA ออกไปหรือเข้ามาทำงานในอาเซียนได้อย่างเสรีจริงๆ แล้วคนเก่งๆ หรือวิชาชีพที่ยังขาดแคลนอยู่ในบางพื้นที่ในไทย เช่น คุณหมอ จะไม่สมองไหลออกไปทำงานในประเทศที่เงินเดือนสูงๆ กันหมดหรือ
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ โดยเฉพาะไหลไปมาเลเซีย สิงคโปร์ และบรูไน โดยเฉพาะในบรูไนซึ่งมีแพทย์ท้องถิ่นจำนวนไม่มากนักแต่มีเงินทุนมาก เป็นประเทศร่ำรวยสามารถนำเข้าทั้งสินค้าและบริการได้เกือบทุกประเภท คุณหมอชาวไทยที่มีคุณภาพ มีฝีมือระดับกลางๆ ก็สามารถไปทำงานได้ หรือในสิงคโปร์เองก็ขาดแคลนแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์เฉพาะทางเรื่องข้อ ไขข้อ และกุมารแพทย์ หรือหมอเด็ก
อย่างไรก็ดี จากการสำรวจความคิดเห็นพบว่า แพทย์ไทยส่วนใหญ่ยังต้องการทำงานอยู่ภายในประเทศมากกว่า แม้การไปทำงานต่างประเทศอาจได้รับเงินเดือนเยอะกว่าในไทย แต่คุณหมอเก่งๆ ของไทยส่วนใหญ่ทำงานในสถานพยาบาลหลายแห่งพร้อมกันอยู่แล้ว และบางท่านยังเปิดคลินิกส่วนตัวเพิ่มอีกด้วย ดังนั้นเมื่อรวมรายได้จากการทำงานในโรงพยาบาลเอกชนและรายได้จากคลินิกแล้ว รายได้ก็น่าจะใกล้เคียงกับการออกไปทำงานในต่างประเทศ
นอกจากนี้ แพทย์ไทยส่วนใหญ่ยังอาจมีปัญหาทางด้านภาษา (ไม่ใช่พูดไม่ได้ แต่รู้สึกเหนื่อย และไม่มันปากที่จะต้องพูดภาษาอังกฤษ) อีกเหตุผลหนึ่ง คือ อาชีพหมอในไทย เป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีคนไข้นำกระเช้าของขวัญปีใหม่-ตรุษจีนมาให้ ผู้ป่วยทั้งรักและเคารพ สิ่งนี้เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะในเมืองไทยเท่านั้น
อย่างไรก็ดี มีปัจจัยบางประการที่อาจทำให้แพทย์ไทยย้ายออกนอกประเทศไทยในอนาคต
1.ปัจจัยด้านภาษี แพทย์ไทยจ่ายภาษีรายได้สูงกว่าประเทศอื่นในอาเซียน ทำให้อาจมีแรงจูงใจในการออกนอกประเทศ 2.ปัญหาจากการบริหารจัดการระบบรักษาสุขภาพในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันการให้บริการรักษาทุกโรคได้ฟรี (Universal Coverage) ทำให้แพทย์ในภาครัฐมีภาระงานมากขึ้น แม้ว่าได้รายได้เท่าเดิม
นอกจากนี้ ยังมีการฟ้องร้องแพทย์มากขึ้น งบประมาณการรักษาพยาบาลก็ต่ำลง แพทย์ไม่กล้ารักษาผู้ป่วยที่มีโรคซับซ้อน ไม่สร้างแรงจูงใจให้แพทย์ทำงานในภาครัฐ จนสมองไหลไปภาคเอกชนและอาจออกไปต่างประเทศ







