
EASTWต้นทุนลดยันแล้งนี้น้ำไม่ขาด
อีสต์วอเตอร์แจ้งต้นทุนพลังงาน ดอกเบี้ยลด รายได้โตบริหารจัดการน้ำไม่ขาดแล้งนี้
อีสต์วอเตอร์แจ้งต้นทุนพลังงาน ดอกเบี้ยลด รายได้โตบริหารจัดการน้ำไม่ขาดแล้งนี้
นายวันชัย หล่อวัฒนตระกูล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก หรืออีสต์วอเตอร์ (EASTW) เปิดเผยว่า ในปีนี้ รายได้จะเติบโต 6% จากปีก่อนที่มีรายได้ 4,300 ล้านบาท ตามปริมาณน้ำดิบเติบโต 6% และน้ำประปาจะเติบโตได้ 8-9%
ปีนี้บริษัทจะเริ่มมีรายได้จากแผนขยายการจำหน่ายน้ำประปาให้กับแหล่งชุมชนที่อยู่ใกล้ท่อส่งน้ำดิบของบริษัท เพื่อบริหารความเสี่ยงหรือเป็นการเพิ่มรายได้บริษัทให้มีความมั่นคงมากขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ ภายใน 5 ปี (2558-2562) คาดว่าสัดส่วนรายได้จากน้ำประปาจะขยับขึ้นเป็น 35-40% จากปัจจุบันอยู่ที่ 24-25% น้ำดิบอยู่ที่ 70% ที่เหลือเป็นรายได้อื่น 5%
นอกจากนั้น ต้นทุนการดำเนินงานลดลงจากราคาน้ำมัน ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าลด และบริษัทยังมีต้นทุนการเงินถูกลงด้วย บริษัทมองว่าแนวโน้มดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับต่ำ จึงพยายามจัดโครงสร้างทางการเงินให้มีต้นทุนถูกลง จากปัจจุบันมีเงินกู้ธนาคารพาณิชย์จากการขยายโครงการต่างๆ ประมาณ 7,800 ล้านบาท ซึ่งก้อนแรกบริษัทจะรีไฟแนนซ์เงินกู้ที่มีดอกเบี้ยคงที่ประมาณ 2,800 ล้านบาท ซึ่งจะมีต้นทุนดอกเบี้ยถูกลง 2% หรือช่วยลดดอกเบี้ยเฉลี่ยปีละ 50-60 ล้านบาท
สำหรับเงินกู้ที่เหลือ 5,000 ล้านบาท เป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งจะเป็นดอกเบี้ยคงที่ 4.5% และหลังก่อสร้างจะเป็นดอกเบี้ยลอยตัว 3.8% ซึ่งคาดว่าจะใช้ทั้งการรีไฟแนนซ์เงินกู้และการออกหุ้นกู้ผสมผสานกันเพื่อบริหารความเสี่ยง แต่ทั้งหมดจะมีข้อสรุปภายในไตรมาส 2
อย่างไรก็ดี ปีนี้เชื่อว่าอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทจะรักษาระดับเดียวกับปีก่อนได้ที่ 60-62% เนื่องจากต้องมีการตั้งสำรองค่าเสื่อมโครงการที่ลงทุนไป
สำหรับหน้าแล้งปี 2558 นายวันชัย ยืนยันว่าพื้นที่ภาคตะวันออกจะไม่มีการขาดแคลนน้ำทั้ังภาคอุตสาหกรรมและการอุปโภคและบริโภค เนื่องจากปัจจุบันมีการสำรองน้ำในระดับที่ 282 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 80% ของกำลังการผลิตที่ 339.5 ล้านลูกบาศก์เมตร
นอกจากนั้น บริษัทยังมีแผนสำรองไว้หลายอย่าง ตั้งแต่โครงการวางท่อส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์-หนองปลาไหล เส้นที่ 1 ที่เสร็จแล้วสูบน้ำได้ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำทับมา ที่คาดว่าน่าจะเสร็จประมาณไตรมาส 4 ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิมคาดเสร็จปี 2559 อีกทั้งยังมีโครงการวางท่อส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์-หนองปลาไหล เส้นที่ 2 ที่แม้กำหนดก่อสร้างเสร็จปีหน้า แต่หากเกิดแล้งจริงสามารถสูบน้ำมาใช้ได้บางส่วนก่อน ซึ่งกำลังการผลิตทั้งหมด 70 ล้านลูกบาศก์เมตร
“หน้าแล้งปีนี้สถานการณ์การเก็บกักน้ำ (ซัพพลาย) และความต้องการใช้น้ำทั้งนิคมอุตสาหกรรมและอุปโภคและบริโภค (ดีมานด์) น่าจะดีกว่าปีก่อนทั้งสองอย่าง โดยความต้องการใช้น้ำดิบและน้ำประปาช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีความต้องการเพิ่มขึ้น 11-12% ถือเป็นระดับที่สูงมาก เพราะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของภาคเอกชน” นายวันชัย กล่าว







