
ที่ดินแพงกับภาษีที่ดินอีกครั้ง
ที่ดินแพงขึ้น CBD ชั้นในตารางเมตรละ 1-1.5 ล้านบาท เขตภายนอกที่รถไฟฟ้าผ่านก็ขึ้นราคากัน 40-50%
ที่ดินแพงขึ้น CBD ชั้นในตารางเมตรละ 1-1.5 ล้านบาท เขตภายนอกที่รถไฟฟ้าผ่านก็ขึ้นราคากัน 40-50%
สำหรับสาเหตุที่ดินแพงก็มี 2 อย่าง คือ ซัพพลายมีจำกัด ที่ดินมีน้อยลงและดีมานด์สูงขึ้น จากผู้ประกอบการที่ต้องการที่ตั้งโลเกชั่นชั้นดีติดรถไฟฟ้า ผู้ประกอบการบางบริษัทในตลาดหุ้นกำหนดการซื้อต้องไม่เกิน 200 เมตร จากสถานีรถไฟฟ้า ราคาสูงมาก็ยังสู้
อีกประการก็คือ “การสร้างราคา” จากนายหน้าซื้อขายที่ดินและนักประเมินมือสมัครเล่น ที่ให้ข้อมูลผ่านสื่ออยู่บ่อยๆ ว่าที่ดินที่นั้นที่นี้ราคา 1 ล้าน 2 ล้านบาท ที่จริงมีแค่แปลงเดียวที่ซื้อขายกัน มิได้เป็นราคาประเมินกลางของท้องที่ ไม่ว่าจะเป็นราคาประเมินของราชการหรือราคาตลาด
อาทิ ที่ดินสยามสแควร์ ราคา 1.5 ล้านบาท แท้จริงแล้วสยามสแควร์เป็นที่ดินของราชการ ซื้อขายไม่ได้ ได้แต่ให้เช่า จะมีก็แปลงเล็กซื้อขยายซอย ซื้อที่ดินปิดหน้าที่ดินแปลงเดิม หรือซื้อห้องแถว 1 ห้อง ขนาดไม่ใหญ่ เป็นต้น การสร้างราคาก็ทำให้ทุกคนตื่นเต้น เจ้าของที่ดินบริเวณใกล้เคียงก็ถือโอกาสเสนอขายที่ดินของตนตามราคาตลาดที่สร้างขึ้นตาม
ที่ดินแพงก็มีผลเสียซื้อไปไม่คุ้มลงทุน ลงทุนแล้วราคาขายก็สูงจนเกินราคาตลาด ทำให้ราคาอสังหาฯ พุ่งขึ้นโดยไม่มีเหตุผล ที่สร้างมาแล้วก็ตั้งราคาตามราคาที่ดินที่สร้าง เช่น คอนโดราคาตารางเมตรละ 3-4 แสนบาท ราคาเกินจริงก็จะมีนักเก็งกำไรเข้ามาเล่นราคากันหวังต่างชาติ คนไทยซื้ออยู่จริงแทบไม่มี
พร้อมกันนี้ก็มีข่าวที่ฮอต คือ “ภาษีอสังหาริมทรัพย์” ที่รัฐส่วนกลางกำลังจะปรับอยู่ให้เป็นสากล คือ เอาภาษีโรงเรือนที่จ่ายกัน 10% ของราคาประเมินการเช่าและค่าธรรมเนียมที่ดินมารวมกันเป็นราคาที่ดินและราคาอาคารและเรียกให้เหมือนอารยประเทศ ว่าเป็น Property Tax หรือภาษีทรัพย์สิน เพราะเสียเป็นสัดส่วนกับราคาประเมินและแยกประเภทเกษตรกรรมเสียน้อยสุด ที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม และตั้งราคาเพดานไว้จากส่วนกลางให้ท้องถิ่นนำไปปฏิบัติ โดยท้องถิ่นมีบทบาทอำนาจในการร่วมสร้างราคาประเมินและมีสิทธิให้อัตราจัดเก็บประจำปี แต่ไม่เกินราคาเพดานที่กำหนด
เช่นที่อยู่อาศัยไม่เกิน 0.025% ภาคเกษตร 0.001% เป็นต้น ที่อยู่อาศัยไม่เกิน 1 ล้านยกเว้น ที่เหลือก็ไม่เกินพิกัดดังกล่าว ภาษีนี้ท้องถิ่น ได้ไปบำรุงท้องที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่ต้องส่ง ส่วนกลาง
พวกเราชาวอสังหาฯ โดยเฉพาะผู้ประกอบการก็ให้ข่าวสร้างความแตกตื่นแก่เจ้าของดินถ้วนหน้าว่า แย่แล้วจะถูกเก็บภาษีจนจ่ายไม่ได้ เป็นประเด็นข่าวร้อนวันนี้ และเอาไปผูกกับภาษีมรดก ซึ่งเสียครั้งเดียวเมื่อขายและโอน ไม่เกี่ยวกับภาษีบำรุงท้องถิ่นที่ประจำปี ผู้คนก็เลยตกใจกันใหญ่ รัฐบาลก็ไม่มีใครออกมาให้ข้อมูลและอธิบายก็เลยมีจุดอ่อนด้านการสื่อสารมากขึ้น
ท้ายสุดถ้าประชาชนตื่นตระหนกมาก ก็ขอให้มี “บทเฉพาะกาล” ออกกฎหมายมาก่อน 3 ปี จึงจะเริ่มใช้และให้ภาษีเริ่มใช้เท่ากับระดับภาษีเดิม ก็จะค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากันก็จะดี
ที่ดินแพงกับการปรับภาษีคงจะเป็นประเด็นฮอตไปอีกระยะ แต่ที่น่าสังเกตคือ คนมีเงิน มีที่ดินมากมายไม่เห็นออกมาบ่น คนจนก็ไม่บ่น เพราะไม่มีที่ดินจะเสีย คนบ่นมากๆ ก็พวกเศรษฐีหน้าใหม่กับเศรษฐีที่ดินเก่าเก็บเท่านั้น ช่วยกันจัดระบบธุรกิจที่ดินให้เป็นสากลกันบ้าง อย่าเอาประโยชน์ส่วนตัวมาเป็นประเด็นเลย และรัฐโดยท้องถิ่นก็นำเงินไปพัฒนาให้โปร่งใสเกิดประโยชน์แก่ท้องถิ่นและชุมชนให้ดีด้วยก็แล้วกัน







