
ศูนย์ไครโซไทล์ฯ ค้านยกเลิกแร่ใยหิน
ศูนย์ไครโซไทล์ฯ ค้านยกเลิกแร่ใยหิน เหตุผลศึกษาไม่ชัดกระทบสุขภาพ หวั่นกระทบอุตฯก่อสร้าง ด้าน กรอ.ขอดูข้อมูลรอบด้านก่อนประกาศเลิกไม่เลิก
ศูนย์ไครโซไทล์ฯ ค้านยกเลิกแร่ใยหิน เหตุผลศึกษาไม่ชัดกระทบสุขภาพ หวั่นกระทบอุตฯก่อสร้าง ด้าน กรอ.ขอดูข้อมูลรอบด้านก่อนประกาศเลิกไม่เลิก
นายเมธี อุทโยภาส ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรศูนย์ข้อมูลไครโซไทล์ (ซีไอซี) เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือต่อกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อคัดค้านการยกเลิกใช้แร่ใยหินไครโซไทล์ในประเทศไทย เนื่องจากยังไม่มีประชาชนที่ใช้กระเบื้องที่มีส่วนประกอบแร่ใยหินฯ กระทบสุขภาพ ทั้งที่ไทยมีการนำเข้าและใช้แร่ใยหิน ฯ เชิงพาณิชย์มากว่า 70 ปีแล้ว รวมทั้งยังไม่มีผลการศึกษาทางวิชาการยืนยันได้ว่าวัตถุดิบที่จะมาทดแทนแร่ใยหินฯ ไม่เป็นอันตรายต่อสุภาพหรือมีวัสดุดิบใดที่มีคุณภาพทัดเทียม และมีราคาที่เหมาะสม เพราะหากยกเลิกการใช้แร่ใยหินฯ จะส่งผลกระทบต่ออุตฯ ก่อสร้าง และอุตฯ อื่นๆ ที่ใช้แร่ดังกล่าวในวงกว้าง
สำหรับข้อเสนอที่ต้องการให้กระทรวงอุตฯ ดำเนินการ คือ ขอให้ศึกษาด้านสุขภาพของประชาชนจากการใช้ผลิตภัณฑ์แร่ใยหิน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แท้จริง ก่อนที่มีการรณรงค์ให้เลิกใช้ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบความเสียต่อภาคอุตฯ และให้ศึกษาผลกระทบของวัสดุทดแทนทั้งด้านสุขภาพ ความเหมาะสม และความคุ้มค่าก่อนเสนอให้ใช้วัสดุอื่นทดแทน และระยะเวลาในการใช้งานผลิตภัณฑ์ที่ต้องอยู่ในมาตรฐานเดิมจึงจะถือว่าเป็นการทดแทนที่แท้จริง และขอให้รัฐบาลทำการทบทวนนโยบายทุก 5 ปี เพื่อลดกระทบต่อการวางแผนของภาคธุรกิจ และเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจมีการปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ผลการศึกษาองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่บอกว่าการใช้แร่ใยหินส่งผลกระทต่อสุขภาพ ออกมาตั้งแต่ปี 2550 แล้ว ซึ่งถ้ามีผู้ป่วยจำนวนมากจริง ก็ต้องมีข้อมูลออกมาตลอด แต่ว่าจากการประชุมแทบจะไม่ได้รับข้อมูลผู้ป่วยเลย จึงเชื่อว่าผลการศึกษายังไม่ชัดเจนมากนัก จึงอยากให้กระทรวงอุตฯ พิจารณาการยกเลิกให้ดี เพราะอาจส่งผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรม โดยให้กำหนดการใช้แร่ฯ เฉพาะกับผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย เช่น ส่วนผสมของกระเบื้อง หรือท่อเท่านั้น แต่ห้ามใช้เป็นสเปรย์พ่น เพราะอันตรายเกิดจากฝุ่น ไม่ได้เกิดจากผลิตภัณฑ์ที่ทำสำเร็จรูปแล้ว”
ด้าน นายศักดา พันธุ์กล้า รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงได้ตั้งคณะทำงานศึกษาตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวข้องกับนโยบายยกเลิกหรือไม่ โดยจะต้องนำข้อมูลจากกระทรวงแรงงานว่า มีผู้ประกันตนที่เข้ารักษาจากผลกระทบกระทบดังกล่าวหรือไม่อย่างไร รวมทั้งข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อศึกษาให้รอบด้านก่อนที่จะประกาศนโยบายว่าจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิก เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีผลกระทบต่อหลายฝ่าย และที่ผ่านมายังไม่มีหลักฐานชี้ชัดผลกระทบที่ชัดเจน ซึ่งหากไม่มีหลักฐานการพิจารณาที่ชัดเจน อาจถูกฟ้องร้องได้ โดยจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ เพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป
"ยอมรับว่าถ้ามีการประกาศยกเลิการใช้แร่ใยหินจะส่งผลกระทบข้างเคียงค่อนข้างมาก แม้จะเคยมีการเสนอให้ใช้แร่บะซอลต์ทดแทนแร่ใยหินไครโซไทล์ แต่ก็ยังไม่มีผลการศึกษารองรับว่ามีคุณสมบัติแข็งแรงทนทานกว่าแร่ใยหินไครโซไทล์หรือไม่ รวมทั้งหากมีการนำแร่บะซอลต์มาใช้ในเชิงพาณิชย์จริง ภาคอุตสาหกรรมจะสามารถผลิตได้เพียงพอตามความต้องการของตลาดหรือไม่ โดยเฉพาะยังไม่มีการรับรองที่ชัดเจนว่าแร่บะซอลต์ที่จะใช้ทดแทนแร่ใยหินไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ" นายศักดา กล่าว







