posttoday
สามารถฯ : Growth Stock

สามารถฯ : Growth Stock

05 มีนาคม 2558

 บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) กลายเป็นบริษัทเติบโต (Growth Company) หลังโครงการโรงไฟฟ้าเดินหน้า แนะนำซื้อ คาดผลการดำเนินงานในปีนี้จะเติบโต 25% จากการฟื้นตัวบริษัทย่อย ราคาหุ้นปัจจุบันมีโอกาสปรับขึ้น 20% จากมูลค่าพื้นฐานที่ 41 บาท ที่ยังไม่รวมมูลค่าหุ้นที่คาดจะเพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจสู่โรงไฟฟ้าถ่านหินในกัมพูชา ซึ่งหากสำเร็จคาดจะยกฐานกำไร SAMART จากปัจจุบันอีก 3 เท่าตัว

 บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) กลายเป็นบริษัทเติบโต (Growth Company) หลังโครงการโรงไฟฟ้าเดินหน้า แนะนำซื้อ คาดผลการดำเนินงานในปีนี้จะเติบโต 25% จากการฟื้นตัวบริษัทย่อย ราคาหุ้นปัจจุบันมีโอกาสปรับขึ้น 20% จากมูลค่าพื้นฐานที่ 41 บาท ที่ยังไม่รวมมูลค่าหุ้นที่คาดจะเพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจสู่โรงไฟฟ้าถ่านหินในกัมพูชา ซึ่งหากสำเร็จคาดจะยกฐานกำไร SAMART จากปัจจุบันอีก 3 เท่าตัว

ในไตรมาส 4 ปี 2557 บริษัทมีกำไรสุทธิ 318 ล้านบาท ลดลง 9% จากไตรมาส 4 ปี 255 แต่หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรปกติอยู่ที่ 320 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% มาจาก 2 ธุรกิจ คือ บริษัท สามารถเทลคอม (SAMTEL) บริษัทถือหุ้น 70% กำไรปกติเพิ่มขึ้น 26.2%ประสิทธิภาพทำกำไรที่ดีขึ้น เพราะหลายโครงการอยู่ในช่วงส่งมอบงาน (ระบบไอซีที) และได้บันทึกต้นทุนไว้สูงไป และธุรกิจรอง (ผ่านบริษัทย่อย 7 แห่ง) กำไรสุทธิเพิ่ม 20.7% หลักๆ มาจาก TEDA (ถือหุ้นทางอ้อม 80% งานติดตั้งระบบสายส่งไฟฟ้า ฯลฯ) ทยอยรับรู้รายได้จากงานติดตั้ง สถานีไฟฟ้าขุนศรีและประเวศ มูลค่า 785 ล้านบาท เป็นไตรมาสแรก ตามด้วย SE (ถือหุ้น 100% ขายเสาอากาศโทรทัศน์ และขายกล่องทีวีดิจิทัล)

ทั้งนี้ ถูกหักล้างบางส่วนจากบริษัท สามารถ ไอ-โมบาย (SIM) ซึ่ง SAMART ถือหุ้น 70% กำไรปกติลดลง 48% เป็นผลจากการระบายโทรศัพท์มือถือราคาถูก (แบรนด์ของตนเอง)

สำหรับแนวโน้มการเติบโตในปี 2558-2559 หลังปรับลดประมาณการกำไร SIM ลงราว 24% เพราะกำไรปี 2557 ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้ต้องปรับลดประมาณการของ SAMART ลงเฉลี่ยปีละ 10% ทำให้คาดกำไรปีนี้อยู่ที่ 1,850 ล้านบาท ยังเติบโต 25% ทั้งนี้เป็นการเติบโตจาก SAMTEL คาดว่าจะกลับมาเติบโตอีกครั้งราว 32% เพราะคาดว่าจะได้รับงานจากภาครัฐเพิ่มเติมภายใต้นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล และ TEDA จะโดดเด่นต่อเนื่อง โดยเป้าหมายรายได้ทั้งปีที่ 1,600 ล้านบาท เติบโต 56% มีมูลค่างานในมือรองรับแล้วกว่า 70%

ปัจจุบันราคาหุ้นปรับตัวลงมาจนมีโอกาสปรับขึ้น 20% โดยมูลค่าพื้นฐานปัจจุบันยังมิได้รวมแผนร่วมทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าถ่านหิน (ยังไม่เปิดเผยสัดส่วนลงทุน) กำลังการผลิตราว 2,000 เมกะวัตต์ที่กัมพูชา (เงินลงทุน 1 แสนล้านบาท ใช้เงินกู้:ทุน 75:25) ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาค่าไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ในเบื้องต้นหากบริษัทร่วมทุนสุทธิสัดส่วน 60% และใช้เงินที่ได้จากการขายหุ้นไอพีโอของบริษัทย่อย คือ SUT (บริหารการจราจรทางอากาศและโรงไฟฟ้าขยะ โดยลดสัดส่วนจาก 100% เหลือ 65%) คาดว่าจะเพิ่มฐานกำไรขึ้นจากเดิม 3 เท่าตัว และเพิ่มมูลค่าอีกหุ้นละ 10.7 บาท ซึ่งยังไม่รวมในประมาณการ

นอกจากนั้น คาดว่า บริษัท สามารถ ยูทรานส์ (SUT) จะมีบทบาทต่อกลุ่มมากขึ้น สะท้อนจาก ล่าสุด SAMART ประกาศเป้าหมายทางธุรกิจในระยะยาว (5 ปีข้างหน้า) โดยหวังที่จะมีรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากฐานรายได้ปัจจุบันที่สูงราว 2.5-3 หมื่นล้านบาท โดยใช้ SUT เป็นแกนนำ รุกลงทุนในธุรกิจพลังงานขับเคลื่อนสู่เป้าหมายดังกล่าว

SAMART เป็นโฮลดิ้ง มี 4 ธุรกิจหลักๆ คือ 1.ธุรกิจรับเหมาวางระบบโทรคมนาคม (ถือหุ้น 70% ใน SAMTEL) 2.ธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและคอนเทนต์(ถือหุ้น 70% ใน SIM) 3.ธุรกิจ Contract Center (ถือหุ้นราว 70% ใน OTO) และ 4.ธุรกิจที่อยู่นอกตลาดฯ รวม 6 แห่ง ซึ่งสามารถฯ ถือหุ้น 100% เช่น บริษัท สามารถ ยูทรานส์ ให้บริการสาธารณูปโภคประเภทต่างๆ อาทิ งานบริหารการจราจรทางอากาศ นอกจากนี้ SUT ถือหุ้น 80% ในบริษัท เทด้า ซึ่งรับติดตั้งสายส่งและสถานีไฟฟ้า 2.บริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส (CAT) ประกอบธุรกิจบริหารการจราจรทางอากาศในประเทศกัมพูชา 3.บริษัท กัมปอต เพาเวอร์ แพลนท์ (KPP) ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าจากน้ำมันเตาในประเทศกัมพูชา 4.บริษัท สามารถ วิศวกรรม (SE) ประกอบธุรกิจจ้างผลิตและขายอุปกรณ์สื่อสาร อาทิ จานดาวเทียม เสาและกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท