
‘บล.กรุงศรี’ ขอจัดทัพ 1 ปี ชูโบรกเกอร์เน้นสถาบัน
“อุดมการ อุดมทรัพย์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี ได้ให้สัมภาษณ์กับ “โพสต์ทูเดย์”
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
“อุดมการ อุดมทรัพย์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี ได้ให้สัมภาษณ์กับ “โพสต์ทูเดย์” หลังเพิ่งรับตำแหน่งมาเมื่อเดือน พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา และสิ่งที่เขาต้องทำมากที่สุด คือ การปรับเปลี่ยนทุกอย่างให้สอดคล้องกับบริษัทแม่ คือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ภายหลังธนาคารโตเกียว มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (BTMU) เข้ามาถือหุ้นใหญ่
ผู้บริหารใหม่คนนี้บอกว่า โจทย์หลักที่เขาต้องทำมีอยู่ 3 อย่าง ข้อแรก คือ จะเป็นโบรกเกอร์ที่มีฐานนักลงทุนสถาบันที่แข็งแกร่ง โดยพยายามเพิ่มและพัฒนานักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศให้มีมูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นกว่าปัจจุบัน วิธีการเพิ่มลูกค้าสถาบันในประเทศบริษัทคงเน้นไปที่การให้ข้อมูลและการบริการที่มากขึ้น ขณะที่ลูกค้าสถาบันต่างประเทศบริษัทมีจุดแข็งอยู่ตรงที่มีกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เป็นกลุ่มทุนระดับโลก (Global Partner) มีการลงทุนที่ต่างๆ ทั่วโลก และปัจจุบันมี บล.ไทยไม่กี่รายที่มีพันธมิตรต่างประเทศแนบแน่นเช่นนี้ (Blue Ocean)
“การเพิ่มนักลงทุนสถาบันจะเน้นในเชิงมูลค่าการซื้อขายเป็นหลักมากกว่าที่จะเน้นไปทางด้านเพิ่มจำนวนหรือสัดส่วนลูกค้าสถาบันทั้งหมด เพราะมองว่าสัดส่วนลูกค้าสถาบันที่มีอยู่ในปัจจุบันที่ 30-40% เป็นระดับที่น่าเหมาะสมแล้ว ขณะที่ผู้ลงทุนรายบุคคล 65% โดยสัดส่วนลูกค้ารายบุคคลปกติกับรายบุคคลที่เป็นรายใหญ่ปัจจุบันมีสัดส่วนอย่างละ 50% จากจำนวนบัญชีการซื้อขายมากกว่า 3 หมื่นบัญชี”
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าการที่มีกลุ่มทุนญี่ปุ่นขนาดใหญ่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีจุดแข็งหลายด้านจะเข้ามาช่วยเสริม บล.ได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่เงินทุนที่แข็งแกร่ง การเป็นกลุ่มทุนมีการลงทุนทั่วโลกระดับโกลบอลจะเข้ามาช่วยเสริมความสามารถและศักยภาพในการแข่งขันให้กับ บล.ได้ รวมถึงด้านการบริการลูกค้าที่ครอบคลุมและครบวงจรมากขึ้น
ข้อที่สอง คือ พยายามดำเนินตามนโยบายของบริษัทแม่ (Core Value) ขององค์กรที่ บล.กรุงศรี ต้องสามารถสนับสนุนหรือช่วยลูกค้า BAY ทำธุรกรรมเสริมความมั่งคั่ง (Wealth) ได้ โดยได้รับการดูแลและการบริการที่ดีจากกลุ่มธนาคารและ บล. นั่นหมายถึงการเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุนในตลาดทุนให้กับลูกค้าให้ได้ เพื่อตอบสนองการบริหารเงินให้กับลูกค้าได้มีความมั่งคั่ง (Wealth Management) ได้ โดยเฉพาะลูกค้าที่มีบัญชีมูลค่าการลงทุนสูง (ไฮเน็ตเวิร์ก) ของธนาคารมีบัญชีมากกว่า 10-30 ล้านบาทขึ้นไป
ข้อที่สาม คือ การพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มศักยภาพคนในบริษัทหลักทรัพย์ จะพัฒนาเสริมความรู้เพิ่มทักษะเพื่อให้มีเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุน (IC) ที่ดี รองรับการบริการให้ลูกค้ามีความมั่งคั่งได้ครบทุกผลิตภัณฑ์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนระบบเทคโนโลยีหลายอย่าง ตั้งแต่ระบบการซื้อขายเพื่อรองรับคำสั่งซื้อของลูกค้าสถาบันที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยหวังว่าจะเป็นตัวช่วยทั้งเรื่องส่วนแบ่งการตลาดและมูลค่าการซื้อขายที่จะเข้ามาในอนาคต ซึ่งเมื่อระบบทุกอย่างรันระบบเต็มที่มูลค่าการซื้อขายที่ได้เพิ่มขึ้นมาก็จะมาช่วยเรื่องของต้นทุนการดำเนินงานที่จะลดลงในอนาคตได้
นอกจากนี้ ยังรวมถึงการพัฒนาฐานข้อมูลด้านการวิจัยและวิเคราะห์ให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพราะหัวใจหลักงานวิจัย คือ นักวิเคราะห์ที่ต้องพยายามให้บทวิเคราะห์และบทวิจัยเป็นที่ถูกใจและรู้จักของนักลงทุนมากขึ้น นั่นอาจหมายถึงการจัดกิจกรรมให้ความรู้หรือจัดสัมมนาต่างๆ ให้กับผู้ลงทุนมากขึ้น ขณะเดียวกัน บล.ก็พยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมมากขึ้น เพื่อขยายฐานลูกค้าและการบริการลูกค้าให้ได้ครบวงจร ทั้งหมดนี้เพื่อรองรับการแข่งขันและองค์การที่กำลังปรับเปลี่ยนและเกิดขึ้นในอนาคต
“ปี 2558 หรือภายใน 1 ปี บริษัทจะจัดกระบวนท่าทุกอย่างโดยเฉพาะระบบภายในหรือโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์กรให้เข้าที่ก่อน ต้องยอมรับระบบการทำงานแบบญี่ปุ่นจะมีลักษณะการทำงานแบบเชิงรุกและดุดัน แต่ก่อนที่จะทำงานเชิงรุกเต็มที่ต้องขอวางรากฐานให้ดีก่อน ขณะเป้าหมายของปี 2558 คือ มีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ใน 20 อันดับแรกจากปีก่อนมีอยู่อันดับที่ 26 และมีส่วนแบ่งที่ 1.4% จากนั้นคาดว่าผลการดำเนินงานของบริษัทที่วางเอาไว้จะเริ่มเห็นผลและเริ่มเติบโตได้ภายในปี 2559-2560 ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายหลักว่าภายใน 3-5 ปี บล.กรุงศรี จะต้องเป็น บล.ที่มีฐานลูกค้าสถาบันและจากการเพิ่มมูลค่าการซื้อขายที่แข็งแกร่ง” อุดมการ เล่า
สำหรับงานด้านวาณิชธนกิจเชื่อได้ว่าต้องมีต่อยอดจากกลุ่มผู้ถือหุ้นหลักแน่นอนและในอนาคตต้องไปอยู่ในส่วนงานของ BAY เป็นหลัก
อย่างไรก็ดี หากพูดถึงการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ปีนี้ใครอาจจะมองว่าการแข่งขันเดือด เพราะปลายปีนี้อาจจะมีบล.ใหม่ แต่โดยนโยบายของ บล.กรุงศรี จะไม่กระโจนเข้าไปเล่นสงครามค่าคอมมิชชั่น เพราะต้องการรักษามูลค่าของตัวเองที่เน้นผู้ลงทุนสถาบันเป็นหลักและเป็นระบบการแข่งขันอย่างมืออาชีพ พร้อมเป็นที่ปรึกษาให้ลูกค้าในการเสริมความมั่งคั่งเป็นหลัก
หลังจากนี้ไปคงต้องติดตามผลงาน บล.กรุงศรี อย่างใกล้ชิด







