posttoday
แนวโน้มดอกเบี้ยไม่ลด

แนวโน้มดอกเบี้ยไม่ลด

05 มีนาคม 2558

วันที่ 11 มี.ค.นี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการประชุมครั้งที่ 2 ในรอบปี 2558 ถ้าพิจารณาจากท่าทีของ กนง. ตลาดเชื่อว่าจะไม่มีการลดดอกเบี้ยนโยบายเกิดขึ้น ถ้าพิจารณาจากการประชุมครั้งแรกของปีเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2558 ที่คณะกรรมการมีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% ต่อปี โดย 2 เสียงให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี

วันที่ 11 มี.ค.นี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการประชุมครั้งที่ 2 ในรอบปี 2558 ถ้าพิจารณาจากท่าทีของ กนง. ตลาดเชื่อว่าจะไม่มีการลดดอกเบี้ยนโยบายเกิดขึ้น ถ้าพิจารณาจากการประชุมครั้งแรกของปีเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2558 ที่คณะกรรมการมีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% ต่อปี โดย 2 เสียงให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี

กรรมการส่วนใหญ่ประเมินว่า นโยบายการเงินปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ผ่อนปรนเพียงพอต่อการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อีกทั้งการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงินในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องมานาน และตลาดการเงินโลกมีแนวโน้มผันผวนมากขึ้น ในขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศช่วงเดือน ม.ค. และเดือน มี.ค. ที่จะประชุมนั้นแทบไม่แตกต่างกัน

“สุพันธุ์ มงคลสุธี” ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า ภาคส่งออกเอกชนยังยืนยันที่ต้องการเห็น กนง.ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.5% เพื่อดูแลไม่ให้เงินไหลเข้ามาก จนส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่ากว่าเพื่อนบ้านในขณะนี้ ซึ่งก็จะทำให้การส่งออกของไทยสามารถแข่งขันได้มากขึ้น

นอกจากนี้ หลายเรื่องที่เอกชนเสนอไปยังรัฐบาลไม่เป็นรูปธรรมนัก เช่น การสนับสนุนให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งขั้นตอนต่างๆ ยังไม่คืบหน้า

“ก้องเกียรติ โอภาสวงการ” ประธานกรรมการบริหารบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เชื่อว่า กนง.คงไม่ลดดอกเบี้ยอย่างแน่นอน ยกเว้นถูกกดดันให้ลด สำหรับปัญหาการส่งออกที่ลดลงนั้น ไม่ควรแก้ด้วยนโยบายดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว ที่สามารถกระตุ้นได้เพียงระยะสั้นเท่านั้น แต่ควรปรับโครงสร้างเพื่อให้สินค้าส่งออกมีคุณภาพด้วย

สำหรับดอกเบี้ยนโยบายที่ 2% แม้จะต่ำแล้ว แต่ยังสูงกว่าดอกเบี้ยของต่างประเทศ จะเห็นได้จากปัจจุบันมีเงินไหลเข้าตลาดตราสารหนี้มา 1-2 สัปดาห์แล้ว มูลค่านับหมื่นล้านบาท ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น

“เชษฐา เทอดไพรสันต์” แมคคินซี่ แอนด์ คอมพานี อิงค์ ไทยแลนด์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมไทยไม่เคยมีการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ มีแต่ลดราคาโดยการใช้นโยบายให้ค่าเงินบาทอ่อน เพื่อจะให้ราคาสินค้าถูกกว่าประเทศอื่น

“สุชาติ บุญบรรเจิดศรี” ศิษย์เก่าวอร์ตัน แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐ กล่าวว่า อุตสาหกรรมที่สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก ที่เห็นได้ชัดมีเพียงบริษัทขนาดใหญ่ไม่กี่แห่ง อาทิ บริษัท ไทยยูเนี่ยนโฟรเซ่นโปรดักส์ (TUF) บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) และโรงแรมเซ็นทารา แม้แต่ธุรกิจธนาคารถ้าออกไปทำธุรกิจนอกประเทศคงสู้ประเทศอื่นไม่ได้

ทั้งนี้ ในวันที่ 12-14 มี.ค.นี้ จะมีการประชุมระดับโลกที่จัดโดยวอร์ตัน แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐ ที่กรุงเทพฯ ครั้งที่ 47 ในหัวข้อ เอเชียในยุคที่โลกไร้พรมแดน ที่รวมผู้บริหารทั้งจากภาคธุรกิจ ภาครัฐและนักวิชาการ ชั้นนำ พร้อมอาจารย์ชื่อดังจากวอร์ตัน ร่วมอภิปรายกลยุทธ์ที่จะนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ และรับมือความเสี่ยงในภาวะแวดล้อมที่โลกธุรกิจเชื่อมโยงถึงกันเช่นปัจจุบัน ทั้งในหัวข้อโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียน นวัตกรรมออนไลน์และออฟไลน์ อนาคตการท่องเที่ยวอาเซียน การบริหารจัดการคนเก่งในเอเชีย และพลังงานทดแทนในเอเชีย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท