
'บีอาร์จี'ชี้รถนำเข้าปี'58ยังชะลอตัว
บีอาร์จี ชี้รถนำเข้า 5 ล้านบาทขึ้นไปชะลอตัว หันรุกตลาดรถเอสยูวีนำเข้า ตั้งเป้าปี 2558 อยู่ที่ 560 คัน
บีอาร์จี ชี้รถนำเข้า 5 ล้านบาทขึ้นไปชะลอตัว หันรุกตลาดรถเอสยูวีนำเข้า ตั้งเป้าปี 2558 อยู่ที่ 560 คัน
นายสมศักดิ์ ศรีรัตนประภาส ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบนซ์ รามคำแหง กรุ๊ป (บีอาร์จี) ผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์นำเข้าปี 2558 อยู่ในภาวะชะลอตัวจากสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไทยที่ไม่ฟื้นตัวจริงตามการคาดการณ์ ส่งผลให้ผู้บริโภคยังชะลอการตัดสินใจซื้อ
ทั้งนี้ จากการเก็บข้อมูลพบว่า ราคารถยนต์ที่ได้รับผลกระทบมากสุดในตลาดคือราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป ขณะที่ตลาดรถยนต์ระดับราคา 2-3 ล้านบาท รวมถึงรถยนต์ในกลุ่มครอบครัวและรถยนต์อเนกประสงค์ (เอสยูวี) จะเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดในปีนี้ ขณะที่การแข่งขันในตลาดเห็นได้ว่าผู้เล่นในตลาดลดลงเยอะโดยเฉพาะผู้เล่นรายเล็กที่ปิดตัวลง
นอกจากนี้ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยเฉพาะค่าเงินเยนของประเทศญี่ปุ่นแต่เมื่อหักลบกับอัตราภาษีนำเข้าที่ปรับเพิ่มขึ้นส่งผลให้ได้ประโยชน์ดังกล่าวเล็กน้อย ปัจจุบันสัดส่วนระหว่างรถยนต์ แบรนด์ญี่ปุ่น และแบรนด์ยุโรป ของบริษัทอยู่ที่ 70% ต่อ 30% ตามลำดับ
สำหรับปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 560 คัน สูงขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 520 คัน โดยมองว่ายอดขายจะเติบโตได้จากการ มีรถยนต์รุ่นใหม่เปิดตัว อาทิ โตโยต้า อัลพาร์ด โตโยต้า เวลล์ฟาย และเมอร์เซเดส-เบนซ์ วีโต้ รวมทั้งบริษัทจะเน้นเพิ่มความถี่ในการทำกิจกรรมทางการตลาดมากยิ่งขึ้น
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า บริษัทมีแผนการนำเข้าชุดแต่ง เอ็มแซด-สปีด (MZ-Speed) สำหรับรถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่นมาทำตลาด เพิ่มจากเดิมที่มีการทำตลาดชุดแต่งรถยนต์ 3 แบรนด์ รวมทั้งบริษัทอยู่ระหว่างการ เจรจากับบริษัทรถเช่าในการทำตลาดรถยนต์แบรนด์โมก (Moke) เพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้
“ปีนี้ถือได้ว่าเป็นปีที่ต้องใช้ประสบการณ์สูงในการดำเนินธุรกิจ โดยบริษัทได้ปรับตัวรับกับสถานการณ์ด้วยการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการขายตกลงรายละเอียดกับลูกค้าให้ชัดเจนซึ่งรับประกันว่าจะไม่มีปัญหา แม้การปรับขึ้นราคาหรืออัตราภาษีเปลี่ยนแปลงหลังการทำสัญญาจะไม่มีการปรับราคาเพิ่ม” นายสมศักดิ์ กล่าว
ขณะที่ ปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้ากว่า 1 หมื่นราย มีลูกค้าซื้อซ้ำกว่า 30% มองว่าฐานลูกค้ากลุ่มนี้สำคัญมากเนื่องจาก มีการแนะนำต่อด้วยความมั่นใจในการบริการหลังการขาย ซึ่งปัจจุบันลูกค้าที่เดินเข้าโชว์รูมมีน้อยอย่างเห็นได้ชัด







