
สั่งคลังฉีดเงิน‘อปท.’
นายกฯ สั่งคลังหาช่องจ่ายเงินให้ อปท.ล่วงหน้า กระตุ้นลงทุนท้องถิ่น หลังพบรายได้จะเข้าในเดือน เม.ย.นี้
นายกฯ สั่งคลังหาช่องจ่ายเงินให้ อปท.ล่วงหน้า กระตุ้นลงทุนท้องถิ่น หลังพบรายได้จะเข้าในเดือน เม.ย.นี้
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เรียกผู้บริหารกระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลาง กระทรวงมหาดไทย และกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น มาหารือมาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ยังล่าช้าอยู่ ซึ่งได้รับทราบว่ามาจากปัญหารายได้ของ อปท.ยังไม่เข้า เนื่องจากการเก็บภาษีโรงเรือนจะเริ่มเข้ามาในเดือน เม.ย.นี้ ทำให้ที่ผ่านมา อปท.จึงไม่มีการประมูล จัดซื้อ จัดจ้างลงทุนในโครงการอะไรได้
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงการคลังไปดูหาวิธีการส่งรายได้ให้กับ อปท.ล่วงหน้าเสริมสภาพคล่องไปก่อน เพื่อที่จะไปใช้ในการจัดซื้อจัดจ้าง หรือดำเนินการโครงการก่อสร้างให้ได้รวดเร็วขึ้น จะได้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น
“ตอนนี้กระทรวงการคลังกำลังดูว่า จะจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีสรรพสามิตที่เก็บแทนให้กับ อปท. ไปก่อนล่วงหน้าได้หรือไม่ ซึ่งต้อง หารือกับกรมสรรพากรว่ากฎหมายมีการเปิดช่องให้ทำได้หรือไม่” นายรังสรรค์ กล่าว
ทั้งนี้ การเร่งเบิกจ่ายของ อปท. ให้เร่งดำเนินการซ่อมสร้างโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ เพราะเป็นโครงการที่ดำเนินการได้เร็ว แต่ที่ผ่านมายังมีปัญหามีการตั้งราคากลางสูงเกินไปทำให้ผู้รับเหมาเข้ามาประมูลงานน้อยราย บางโครงการไม่มีผู้เข้าร่วมประมูล ซึ่งได้เร่งแก้ปัญหานี้แล้ว คาดว่าจะเริ่มมีการซ่อมโรงเรียนทั่วประเทศได้เร็วขึ้น
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กำชับเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างของ อปท.นั้นไม่จำเป็นต้องใช้แต่ผู้รับเหมาในพื้นที่เท่านั้น ควรเปิดกว้างให้กับผู้ประกอบการทุกราย เพื่อให้การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของ อปท.เร็วขึ้น จะได้เป็นผลดีกับเศรษฐกิจ
นายรังสรรค์ กล่าวว่า การเก็บภาษีของรัฐบาลในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ในส่วนของกรมสรรพากรยังต่ำกว่าเป้าจำนวนมาก เนื่องจากราคาน้ำมันลดทำให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแวต จากการนำเข้าน้ำมันได้ต่ำ ส่วนกรมศุลกากรก็ยังต่ำกว่าเป้าเพราะได้รับผลกระทบจากการลดภาษีนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่กรมสรรพสามิตเก็บภาษีได้เกินเป้า เพราะมีการปรับอัตราภาษีน้ำมันดีเซลเพิ่มในช่วงที่ผ่านมา







