
แนวโน้มไตรมาสแรก เศรษฐกิจชะลอต่อเนื่อง
เศรษฐกิจไตรมาสแรก ซึ่งตั้งความหวังว่าจะฟื้นตัว แต่จากตัวเลขส่งออกเดือน ม.ค. ที่ติดลบ -3.46% บ่งบอกว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัว การชะลอตัวของภาคส่งออกเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับเกษตรกรกว่า 16 ล้านคน ผลผลิตส่วนใหญ่ของประเทศเกี่ยวข้องกับการส่งออกทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งมูลค่าการส่งออกเดือน ม.ค. ที่ติดลบสูงถึง 17.88%
เศรษฐกิจไตรมาสแรก ซึ่งตั้งความหวังว่าจะฟื้นตัว แต่จากตัวเลขส่งออกเดือน ม.ค. ที่ติดลบ -3.46% บ่งบอกว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัว การชะลอตัวของภาคส่งออกเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับเกษตรกรกว่า 16 ล้านคน ผลผลิตส่วนใหญ่ของประเทศเกี่ยวข้องกับการส่งออกทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งมูลค่าการส่งออกเดือน ม.ค. ที่ติดลบสูงถึง 17.88%
อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรติดลบ 1.08% ส่งผลต่อรายได้เกษตรตกต่ำ กระทบเป็นลูกโซ่ต่อการบริโภคในต่างจังหวัดลดลงถึง 20-30%
จากตัวเลขการส่งออกเดือน ม.ค. พบว่า สินค้าเกษตรหลักล้วนมีตัวเลขส่งออกติดลบ เช่น ยางพารา ถึงแม้รัฐบาลจะเข้าแทรกแซงราคา แต่ตัวเลขเดือน ม.ค. ติดลบ 42.60% เป็นการติดลบต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ซึ่งหดตัวทั้งปีเฉลี่ย -26.87% สำหรับการส่งออกข้าวหดตัว -13.01% มันสำปะหลังหดตัว -12.11% น้ำตาลทรายหดตัว -12.61% รวมถึงสินค้าประมงแปรรูปหดตัวร้อยละ -13.37
พืชเศรษฐกิจเหล่านี้กระจายตัวอยู่ในทุกภาคของประเทศ ราคาผลผลิตที่ลดลงจึงกระทบต่อโครงสร้างรายได้ของกำลังซื้อรากหญ้า จึงไม่แปลกที่ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในภูมิภาคต่างออกมาขอให้ภาครัฐเร่งแก้ไขเศรษฐกิจที่ซบเซา ทั้งจากรายได้ภาคเกษตรที่ลดลงและยังได้รับผลกระทบต่อการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวไม่มากอย่างที่ประเมินไว้
สำหรับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเดิมประเมินว่าไตรมาสแรกของปีนี้จะฟื้นตัว แต่จากกำลังการผลิตเดือน ม.ค. ยังทรงตัวอยู่ที่ระดับค่อนข้างต่ำ คือกำลังการผลิตอยู่ที่ 60.87% ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ถึงแม้จะมีคำขอส่งเสริมการลงทุน แต่เม็ดเงินการลงทุนจริงยังขาดความชัดเจน อาจจะต้องไปในครึ่งปีหลัง
ซึ่งการส่งออกเดือน ม.ค. ขยายตัวได้เพียงเล็กน้อย (0.55%) บวกกับการบริโภคภายในที่ยังทรงตัว ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมติดลบ -1.3% เป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 แต่มีแนวโน้มหดตัวน้อยลง อันเป็นผลจากการที่อุตสาหกรรมยานยนต์เริ่มมีการผลิตกลับมาเป็นบวก แต่อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ยังอยู่ในสภาวะชะลอตัว เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เดือน ม.ค. ติดลบ -5.26% อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าติดลบ -14.03%
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในขาลง เช่น อุตสาหกรรมเม็ดพลาสติก เคมี ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องจักรกล อาหารทะเลแปรรูป น้ำตาล ฯลฯ สะท้อนจากตัวเลขการส่งออกและกำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรม ซึ่งลดลงต่อเนื่องมาเกือบ 2 ปี
ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของภาคเศรษฐกิจ ซึ่งเกิดขึ้นในจังหวะที่พร้อมกันทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรและบริการ เกี่ยวข้องโยงใยกับปัจจัยภายในและภายนอก คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไขให้เห็นได้ในเร็ววัน ขอให้รัฐบาลตั้งทีมเศรษฐกิจเข้ามาแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ ไม่ใช่แก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้าหรือแก้ปัญหาแบบรายวัน โดยเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนและต่างชาติ โดยเฉพาะความชัดเจนในด้านการเมืองของประเทศ
(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)







