
มารู้จักระบบขับเคลื่อนรถยนต์กัน (จบ)
สัปดาห์ที่แล้วได้กล่าวถึงระบบขับเคลื่อนไปแล้ว 3 ประเภท ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD)
โดย...สไปรท์
สัปดาห์ที่แล้วได้กล่าวถึงระบบขับเคลื่อนไปแล้ว 3 ประเภท ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ซึ่งเป็นระบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะมีขนาดเล็ก ช่วยประหยัดเชื้อเพลิง และยังช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนให้ดียิ่งขึ้น แต่รถที่ขับเคลื่อนล้อหน้ามีแนวโน้มที่จะเกิดอาการอันเดอร์สเตียร์ (Understeer) หรือตัวรถไม่เลี้ยวตามการสั่งงานหากมีการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงเกินไป
ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ระบบขับเคลื่อนประเภทนี้ได้รับความนิยมในรถยนต์นั่งมานานจนกระทั่งระบบขับเคลื่อนล้อหน้าเข้ามาแทน เป็นระบบที่รองรับเครื่องยนต์ที่มีกำลังสูงกว่าและตัวรถที่มีน้ำหนักมากกว่า แต่ระบบขับเคลื่อนล้อหลังมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการโอเวอร์สเตียร์ (Oversteer) ตัวรถจะหมุนไปมากกว่าการควบคุม เป็นอาการสูญเสียการทรงตัวที่ควบคุมได้ยากกว่าอันเดอร์สเตียร์ จึงมีอันตรายมากกว่า
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา (AWD) เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่จะส่งกำลังไปที่เพลาหน้าและหลังระหว่างการออกตัวเพื่อป้องกันการลื่นไถล และจะเปลี่ยนเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า เป็นระบบที่มีแนวโน้มจะเกิดอาการอันเดอร์สเตียร์เหมือนระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ถ้าขับขี่ด้วยความเร็วสูงเกินไป
ยังเหลือระบบขับเคลื่อนที่เหลือ ที่เชฟโรเลตได้รวบรวมเอาไว้อีกระบบ คือ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD หรือ 4x4)ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อใช้ชุดทรานส์เฟอร์ถ่ายทอดกำลังขับแบบสองสปีด โดยมีการใช้อัตราทดความเร็วสูงและอัตราทดความเร็วต่ำเพื่อการยึดเกาะถนนสูงสุด ระบบนี้พบในรถกระบะขับเคลื่อนล้อหลังขนาดใหญ่ และรถเอสยูวีขนาดใหญ่ที่มีระยะห่างจากพื้นถนนค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับรถยนต์นั่งและรถครอสโอเวอร์ โดยรถขับเคลื่อนสี่ล้อจะมอบศักยภาพและสมรรถนะการขับขี่ที่ดีที่สุดบนทางออฟโรด
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะทำงานด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลังจนกว่าจะมีความจำเป็นต้องใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (เรียกว่าระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบพาร์ตไทม์หรือปรับได้ตามต้องการ) ขณะที่รถขับเคลื่อนสี่ล้อแบบฟูลไทม์นั้น จะใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดการขับขี่ ชุดทรานส์เฟอร์ถ่ายทอดกำลังที่ติดตั้งตรงกลางระบบเกียร์จะควบคุมว่าแรงบิดควรถูกกระจายระหว่างล้อหน้าและล้อหลังเท่าใด โดยทั่วไปแรงบิดจะถูกส่งไปที่ล้อหลัง และจะเปลี่ยนเป็นหน้า/หลังแบบ 50/50 บนทางออฟโรด และบนสภาพถนนที่เปียกลื่นซึ่งต้องการเสถียรภาพสูงสุด ผู้ขับขี่ที่ใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อฟูลไทม์จะต้องเปลี่ยนมาใช้อัตราทดความเร็วต่ำด้วยตัวเอง
รู้อย่างนี้แล้วตรวจสอบว่ารถยนต์ที่ขับขี่อยู่นั้นเป็นระบบขับเคลื่อนชนิดใด จะได้เข้าใจการทำงานของรถยนต์ในช่วงเวลาที่เหมาะสมหากเกิดกรณีฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที







