
คุ้มหรือไม่
การแก้ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2557 ที่มีการปรับน้ำหนักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล เพิ่มขึ้นเป็น 2.2 ตัน จากเดิม 1.6 ตัน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่จะถึงนี้ มีบางแง่มุมที่ชวนสงสัย เพราะกระเส็นกระสายกันว่า การแก้กฎหมายดังกล่าว ก็เพื่อรองรับการเตรียมการเปิดตัวรถกระบะของบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ที่มีน้ำหนักของตัวรถเพิ่มขึ้น
การแก้ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2557 ที่มีการปรับน้ำหนักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล เพิ่มขึ้นเป็น 2.2 ตัน จากเดิม 1.6 ตัน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่จะถึงนี้ มีบางแง่มุมที่ชวนสงสัย เพราะกระเส็นกระสายกันว่า การแก้กฎหมายดังกล่าว ก็เพื่อรองรับการเตรียมการเปิดตัวรถกระบะของบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ที่มีน้ำหนักของตัวรถเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ อานิสงส์ดังกล่าวนี้ยังไปตกกับรถในภาคขนส่ง โดยเฉพาะรถตู้ที่เดิมไม่มีใครกล้าเข้าสู่ตลาดนี้ เพราะเนื่องด้วยข้อกฎหมายในการจดทะเบียน การติดเวลาการขนส่ง และการถือใบขับขี่ของรถยนต์ประเภทนี้ แต่วันนี้เริ่มมีผู้ที่เห็นช่องเริ่มเข้ามาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการเปิดช่องที่กว้างขึ้น เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจที่แง้มช่องเอาไว้
คงจะต้องจับตาดูกันยาวๆ ว่า ประโยชน์ที่เกิดกับธุรกิจ ด้วยข้ออ้างถึงความต้องการ หรือความสะดวกที่จะเกิดขึ้นกับผู้บริโภค แลกกับความเสียหายของท้องถนน ความเสี่ยงของอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น มันคุ้มที่จะแลกกันหรือไม่ นับจากนี้อีกไม่นานก็คงได้รู้ผลกัน







