posttoday
พลิกไอเดียธุรกิจ ลองคิดตรงข้าม

พลิกไอเดียธุรกิจ ลองคิดตรงข้าม

04 มีนาคม 2558

ผมชอบแนวคิดของพ็อกเกตบุ๊กเล็กๆ เล่มหนึ่ง ชื่อว่า Whatever You Think, Think the Opposite

โดย...ประสิทธิ์ วรฉัตราวณิช

ผมชอบแนวคิดของพ็อกเกตบุ๊กเล็กๆ เล่มหนึ่ง ชื่อว่า Whatever You Think, Think the Opposite ที่เขียนโดยผู้อำนวยการฝ่ายความคิดสร้างสรรค์แห่งเอเยนซียักษ์ใหญ่ Saatchi and Saatchi ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2006 หรือประมาณ 9 ปีที่แล้ว แต่เหมือนไอเดียในหนังสือเล่มนี้จะไม่เก่าไปตามห้วงเวลาที่ผ่านไปเลย

หลายๆ ตัวอย่างและวิธีคิดที่ปรากฏในหนังสือพยายามจะบอกกับเราว่า บ่อยครั้งที่ความคิดตรงข้ามได้นำพาความสำเร็จมาให้กับใครหลายๆ คนบนโลกนี้ อย่างเช่น กรณีของท่าที่ใช้กระโดดค้ำถ่อ ซึ่งสถิติการแข่งขันกีฬาชนิดนี้ในโอลิมปิกตั้งแต่อดีตจนถึงปี 1968 ไม่มีใครสามารถทำความสูงได้เกินกว่า 5.8 ฟุต แต่ด้วยวิธีคิดตรงข้ามจากเดิมที่ใช้มือจับไม้ค้ำแล้วดีดตัวพุ่งไปข้างหน้า Dick Fosbury เลือกใช้วิธีกระโดดโดยพลิกตัวกลับ แล้วหันหลังข้ามไปแทน ทำให้เขาสามารถยกตัวให้สูงขึ้นได้อีกจนเกิดเป็นสถิติความสูงใหม่ที่ 7.4 ฟุต ซึ่งในการแข่งขันครั้งนั้นไม่มีใครสามารถกระโดดค้ำถ่อได้สูงกว่าเขาแม้แต่คนเดียว และท่ากระโดดกลับหลังนี้ยังได้รับการขนานนามตามชื่อของเขาอีกด้วยนั่นคือ Fosbury Flop

จากตัวอย่างนี้จะเห็นว่า การคิดตรงข้ามทำให้ได้คำตอบใหม่ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า หรือน่าสนใจกว่าเดิม ซึ่งคุณผู้อ่านก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือบริการต่างๆ ได้เช่นกัน ว่าแต่มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังในตอนนี้ใช่ไหมครับ?

ปกติยามว่างผมมักจะลองหาแอพใหม่ๆ มาใช้ดู โดยเฉพาะพวกที่มีไอเดียไม่เหมือนใคร อย่างเช่น แอพตัวที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้ เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายๆ ท่าน (โดยเฉพาะผู้หญิง) น่าจะเคยได้มีโอกาสโหลดแอพตำราทำอาหารมาลองใช้กันบ้างนะครับ ซึ่งรูปแบบแอพเหล่านี้ ส่วนใหญ่ก็จะแสดงรายชื่อเมนูอาหารพร้อมภาพ ที่เมื่อใช้นิ้วแตะที่เมนูใดๆ ก็จะแสดงรายละเอียดของส่วนผสมและขั้นตอนวิธีทำให้ทราบภายในอึดใจ ถ้าให้เขียนการทำงานของแอพเป็นสมการง่ายๆ น่าจะได้ว่าเมนูอาหาร = ส่วนผสม + วิธีทำ

แต่ถ้าลองคิดตรงข้ามสลับขั้วการพัฒนาแอพตำราอาหารเหล่านี้ โดยแทนที่จะเริ่มต้นด้วยเมนูอาหาร ลองสลับกับส่วนผสม หรือวัตถุดิบที่ใช้ สมการใหม่ที่ได้ก็จะเป็น ส่วนผสม = เมนูอาหาร + วิธีทำ จากสมการนี้เราจะได้คำตอบใหม่ของแอพตำราอาหารที่ไม่เหมือนใครทันที กล่าวคือ ผู้ใช้จะต้องเริ่มต้นด้วยการป้อนวัตถุดิบ หรือส่วนผสมอาหาร (ลองเปิดดูตู้เย็นในครัวดูสิครับว่ามีอะไรบ้าง) เข้าไปในแอพ จากนั้นส่งต่อการทำงานให้แอพนำส่วนผสมดังกล่าว ไปสร้างเป็นรายการของเมนูอาหารที่เป็นไปได้ทั้งหมด พร้อมวิธีทำให้เรา เห็นไหมครับว่าแค่คิดตรงข้าม เราก็จะได้คำตอบใหม่สำหรับแอพตำราอาหารที่ช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา แถมยังอาจจะพบด้วยว่าวัตถุดิบที่มีอยู่ในตู้เย็น สามารถสร้างสรรค์เมนูอร่อยๆ ที่มีประโยชน์ได้มากมาย ซึ่งเราไม่เคยทราบมาก่อน สำหรับแอพที่ผมพูดถึงนี้มีชื่อว่า su-chef (su-chef.com)

บางทีแค่เราปลี่ยนมุมมองหรือลองคิดตรงข้ามจากสินค้าหรือบริการ ตลอดจนแนวคิดธุรกิจดิจิทัลที่พบเห็นทั่วไป คุณผู้อ่านก็อาจจะได้คำตอบใหม่ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า อย่างแอพตำราอาหาร su-chef แต่ไอเดียใหม่ที่ได้ก็จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าเราไม่ลงมือทำให้เป็นจริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท