
ค้าปลีกยึดชายแดน ดักกำลังซื้อเพื่อนบ้าน
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
“การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เอื้อให้ธุรกิจค้าปลีกมีโอกาสขยายตลาดภายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะตามแนวชายแดน ซึ่งตอนนี้การค้าระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านผ่านแนวชายแดนมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 60% ของการค้าทั้งหมด จึงคาดว่าธุรกิจค้าปลีกค้าส่งของไทยที่อยู่ตามแนวชายแดนน่าจะมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก” สมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย ฉายภาพรวมอนาคตธุรกิจค้าปลีกให้เห็น
พร้อมขยายความเพิ่มเติมว่า ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งตามแนวชายแดนมีความคึกคักมากกว่าห้างค้าปลีกที่อยู่ในเขตเมืองด้วยซ้ำ เพราะมีแรงซื้อทั้งจากผู้บริโภคฝั่งไทยและฝั่งเพื่อนบ้าน แต่ตอนนี้จะยังไม่ค่อยเห็นห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ เพราะยังต้องรอนโยบายการลงทุนที่ชัดเจนจากบริษัทแม่ก่อน ช่วงนี้จึงยังเป็นโอกาสของค้าปลีกค้าส่งรายย่อยของไทย ที่จะอาศัยจังหวะใช้ความคุ้นเคยและรู้นิสัยของผู้บริโภคในท้องถิ่นดีกว่า เข้าไปจับมือกับคู่ค้าที่เป็นรายย่อยด้วยกันในฝั่งเพื่อนบ้านขยายฐานการเติบโต
สมชาย เชื่อว่า ตอนนี้ธุรกิจขนาดใหญ่อยู่ระหว่างรอดูความชัดเจนเรื่องสิทธิประโยชน์และทำเลเช่า ที่รัฐบาลกำหนดตามนโยบายส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนว่าน่าสนใจและคุ้มค่ากับการลงทุนเพียงใด เพราะหากไม่คุ้ม ส่วนหนึ่งอาจจะตัดสินใจไปเปิดสาขาใหม่ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน
ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการรายเล็กควรเริ่มมองหาโอกาส เพื่อปรับตัวทางธุรกิจให้เข้ากับยุคสมัยและความต้องการของตลาด เช่น ปรับตัวไปเป็นตัวแทนส่งสินค้า(เอเยนต์) แทน
ขณะเดียวกัน “โพสต์ทูเดย์” ได้สอบถามข้อมูลจากหอการค้าจังหวัดชายแดนต่างๆ พบว่า ใน อ.แม่สอด จ.ตาก มีกลุ่มเทสโก้เข้าไปลงทุนแล้ว และที่สาขาแม่สอดมีการปรับโมเดลจากไฮเปอร์มาร์เก็ตเป็น “เอ็กซ์ตร้า” และล่าสุดมีห้างค้าปลีกน้องใหม่ “เชียงของ” ซึ่งเป็นกลุ่มทุนท้องถิ่นในโมเดลไฮเปอร์มาร์เก็ตเพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ลูกค้าส่วนใหญ่มีทั้งคนท้องถิ่นและคนพม่า โดยเฉพาะช่วงวันหยุดที่มีการจับจ่ายสินค้าปริมาณมาก ทั้งซื้อไปใช้เองและซื้อไปขายต่อ
ด้าน จ.หนองคาย มี “เอ็มเอ็ม เมก้า มาร์เก็ต” ทุนใหญ่จากส่วนกลางที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างบริษัท ทีซีซี โลจิสติกส์ แอนด์ แวร์เฮ้าส์ ในเครือทีซีซี กรุ๊ป กับบริษัท เจียง รีเทล แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ เป็นร้านค้ารูปแบบใหม่ ภายในศูนย์การค้ารองรับธุรกิจส่วนค้าปลีกและค้าส่งคุณภาพระดับพรีเมียมมีความโดดเด่นเรื่องสินค้าที่มีความหลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าใน จ.หนองคาย และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงลูกค้าจากลาว
สอดคล้องกับ ปิยะวัฒน์ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ ในฐานะประธานคณะกรรมการค้าปลีกและค้าส่ง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยที่ให้ข้อมูล ที่ผ่านมาผู้ประกอบการค้าปลีกปรับตัวมาตลอด เพื่อตอบโจทย์ของตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เช่น แม็คโครเปิดสาขาในจังหวัดที่มีการค้าชายแดน พบว่ามียอดขายที่ดีมาก และเทรนด์ที่เริ่มเห็นคือ ค้าปลีกไซส์ใหญ่หันมาลงทุนไซส์เล็ก หันมาสนองเรื่องความรวดเร็วจากไลฟ์สไตล์คนที่เปลี่ยนไป พร้อมสร้างสินค้าให้มีความแตกต่างและเสนอบริการที่ดีมากขึ้นแทน ซึ่งปัจจุบันแม็คโครมีสาขาที่ติดชายแดนคือ จ.หนองคาย มุกดาหาร อุบลราชธานี สระแก้ว และสตูล
“ประเทศรอบๆ ไทยพัฒนาไปมาก การคมนาคมขนส่งดีขึ้นยิ่งกระแสเปิดเออีซีทำให้การค้าชายแดนเพิ่มความคึกคักยิ่งขึ้น ทั้งแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานในไทย ทำให้คุ้นเคยกับสินค้าไทย ดังนั้นเมื่อกลับบ้านก็จะแนะนำญาติพี่น้องให้รู้จักสินค้าไทยว่ามีคุณภาพและมีการซื้อขายกันเป็นจำนวนมาก นี่จึงเป็นโอกาสของธุรกิจค้าปลีกไทยในประเทศเพื่อนบ้าน”
อย่างไรก็ตาม การออกไปตั้งร้านค้าปลีกในประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เนื่องจากยังมีข้อจำกัดอยู่หลายประการ และยิ่งถ้าเป็นนักลงทุนต่างชาติด้วยแล้ว การเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค หรือความเชี่ยวชาญในโครงสร้างของธุรกิจค้าปลีกในแต่ละประเทศอาจจะเสียเปรียบผู้ประกอบการท้องถิ่น หรือต้องใช้ระยะเวลานานในการศึกษาทำความเข้าใจ
ทางลัดในการทำธุรกิจค้าปลีกให้ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่แล้วจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ควบคู่กันไปด้วย ซึ่งในหลายประเทศการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังต้องอาศัยเครือข่ายของผู้ประกอบการท้องถิ่นเป็นหลัก
ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในลำดับต้นๆ เพื่อให้ธุรกิจมีโอกาสประสบความสำเร็จมากที่สุด คือ ต้องเริ่มจากศึกษารสนิยมและพฤติกรรมของผู้บริโภคแต่ละประเทศในอาเซียน จากนั้นต้องมองหาทำเลที่ตั้ง ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญของการทำธุรกิจค้าปลีก ซึ่งแต่ละธุรกิจจะมีทำเลที่เหมาะสมแตกต่างกันไปตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เช่น ย่านศูนย์การค้า ชุมชน อยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ เป็นต้น
สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ คือรูปแบบการดำเนินธุรกิจในแต่ละประเทศที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและระดับรายได้ของผู้บริโภคในประเทศนั้นๆ บางพื้นที่อาจส่งสินค้าป้อนให้ผู้จัดจำหน่ายท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว แต่บางที่หากมีกำลังซื้อสูง สังคมเมืองนิยมความทันสมัย แม้ตลาดไม่ใหญ่อาจใช้รูปแบบการจัดตั้งร้านค้าปลีกที่ใช้พื้นที่ขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตของคนที่มีรายได้ค่อนข้างดี หรือในบางที่มีประชากรหนาแน่น อาจลงทุนสร้างห้างสรรพสินค้าเอง เป็นต้น







