
โปรโมชั่นโทรวินาที 'แพงกว่าเดิม!?'
หลังจากกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติให้ทางบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ ต้องคิดค่าบริการตามจริงเป็นวินาที ไม่คิดแบบปัดเศษเป็นนาที เพราะถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค ในที่สุด 3 ผู้ให้บริการ ได้แก่ เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ ก็ได้ออกแพ็กเกจที่บอกว่าเป็นแพ็กเกจการให้บริการที่คิดค่าโทรตามจริงเป็นวินาที เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค
หลังจากกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติให้ทางบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ ต้องคิดค่าบริการตามจริงเป็นวินาที ไม่คิดแบบปัดเศษเป็นนาที เพราะถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค ในที่สุด 3 ผู้ให้บริการ ได้แก่ เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ ก็ได้ออกแพ็กเกจที่บอกว่าเป็นแพ็กเกจการให้บริการที่คิดค่าโทรตามจริงเป็นวินาที เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค
แต่หลังจากทางคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน ได้ตรวจสอบข้อมูลของโปรโมชั่นต่างๆ ที่ทางค่ายผู้บริการโฆษณาว่าคิดค่าโทรตามจริงเป็นวินาที ก็พบว่าโปรโมชั่นที่ออกมามีอัตราการคิดค่าบริการที่ไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค เพราะเป็นแพ็กเกจที่ต้องจ่ายค่าบริการแพงขึ้น แต่สิทธิประโยชน์ลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับแพ็กเกจเดิมที่ไม่คิดค่าโทรเป็นวินาที
ตัวอย่างเช่น แพ็กเกจ iSecond 345 บาท ของค่ายเอไอเอส โทรได้ 4,800 วินาที/เดือน หรือ 80 นาที กับแพ็กเกจเดิม iSmart 399 บาท โทรได้ถึง 150 นาที/เดือน หากเปรียบเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วแพงขึ้นถึง 65.3% ที่สำคัญคือ ทุกแพ็กเกจคิดค่าโทรเฉลี่ยต่อนาทีเกินกว่า 99 สตางค์ ตามที่ กสทช.เป็นคนกำหนดไว้
คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชนเห็นว่าการออกโปรใหม่มาไม่ได้แสดงความจริงใจต่อผู้บริโภค ซึ่งอยากเรียกร้องไปถึง กสทช. ต้องออกมาทำหน้าที่ของตัวเอง ให้ใช้มาตรการป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค ห้ามผู้ประกอบการคิดค่าบริการในส่วนที่ผู้บริโภคไม่ได้ใช้งานจริง ทั้งค่าโทรศัพท์และค่าอินเทอร์เน็ต เพราะการคิดค่าบริการโดยปัดเศษการใช้งานอย่างปัจจุบันเข้าข่ายการค้ากำไรเกินควร
อยากรู้ข้อมูลดีๆ เรื่องผู้บริโภค ติดตามและสอบถามได้ที่นิตยสาร “ฉลาดซื้อ” www.ฉลาดซื้อ.com, www.facebook.com/chaladsue และโทร. 02-248-3737







