
ธรรมะกับภาวะผู้นำ
โดย...กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา
โดย...กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา
ในความเป็นจริงคอลัมน์นี้ไม่ได้ห่างไกลจากธรรมะเลย ถ้าจะกล่าวถึงชีวิตธุรกิจ การงานต่างๆ แล้ว หากจิตใจเต็มไปด้วยธรรมะก็จะสรรค์สร้างสิ่งต่างๆ ที่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม การไม่เห็นแก่ตัวจนเกินพอดี ทำชีวิตทั้งตัวเราและเพื่อนร่วมงานให้สมดุลระหว่างกันอย่างเป็นปกติสุขอย่างนี้ก็เป็นธรรมะแล้ว
สำหรับวันนี้จะขอยกธรรมะบรรยายของท่าน ว.วชิรเมธี ในการปาฐกถาธรรม เรื่อง The Boss มาอ้างอิงว่า ธรรมะในการบริหารเป็นสิ่งสำคัญ หากผู้บริหารขาดธรรมะในการดูแลลูกน้องแล้วความวุ่นวายไม่รู้จบจะตามมา ธรรมะกับภาวะผู้นำในที่นี้ หมายถึง ภาวะของการนำอย่างมีสติ แล้วมีผู้ปฏิบัติตาม
ทั้งนี้ จะกล่าวถึงผู้บริหาร 4 ประเภท แบบที่ 1 ผู้บริหารแบบการรถไฟไทย ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่ตรงเวลา เช้าชามเย็นชาม ผู้บริหารแบบนี้จะมักง่ายเพราะมีรางก็วิ่งไปตามรางรถไฟยังไงก็ถึง มักจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่ยอมวางแผนอนาคต ทำตามอย่างที่ปฏิบัติกันมา มีแต่ทรงกับทรุด ขาดทุนสะสมติดต่อกัน ไม่มีโรดแมปใดๆ
แบบที่ 2 ผู้บริหารแบบนายแพทย์ เป็นนักแก้ปัญหา เป็นนักแสวงหาคำตอบจากสมมติฐาน แต่มักจะทำงานที่รับได้มอบหมายเฉพาะหน้า เช่น ถ้าคนไข้ไม่มายืนรออยู่ที่ปากประตูห้องฉุกเฉินก็คงยังไม่สั่งการใดๆ แต่ก็น่าชื่นชมตรงที่ว่าทุ่มเทกำลังสมองอย่างสุดหัวใจและผิดพลาดไม่ได้เพราะหมายถึงชีวิตของผู้ป่วย แต่ขาดวิสัยทัศน์และการมองก้าวไปข้างหน้า ค่อนข้างไร้อนาคตและทิศทาง
แบบที่ 3 ผู้บริหารแบบชาวนา มีลักษณะคือทำงานขึ้นกับปัจจัยสภาพแวดล้อม ไม่ค่อยคิดอะไรใหม่ ทำงานอยู่ในกรอบหรือในพื้นที่ของตนเอง ไม่ต้องการเผชิญความเสี่ยง ไม่จัดสรรทรัพยากร สุดแท้แต่ฟ้าดิน แต่มีข้อดี คือ ต้องการผลผลิตเพิ่มเติมในทุกๆ ปี เพื่อความอยู่รอด มีข้อดีที่น่าเอาเยี่ยงอย่าง คือ บริหารงานภายใต้สภาวะแวดล้อมและทรัพยากรจำกัดได้ดี พยายามจะเพิ่มเป้าผลผลิตทุกๆ ปี
ผู้บริหารแบบที่ 4 ผู้บริหารแบบชาวประมง ชาวประมงออกทะเลไปกว้างใหญ่ไพศาลพื้นที่อาณาบริเวณไม่จำกัด เปรียบเสมือนผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ไกล ในท้องทะเลที่มีคลื่นลม อุปสรรคโขดหิน และพายุรุนแรงยากจะคาดเดา ผู้บริหารในภาวะเช่นนี้ย่อมเผชิญกับความเสี่ยง แต่ในท้องทะเลที่กว้างใหญ่กลับเต็มไปด้วยโอกาส ถ้ากล้าคิด กล้าทำ กล้านำ เต็มไปด้วยทักษะของการบริหารธุรกิจที่ลูกน้องส่วนใหญ่ไว้วางใจและกล้าจะทำงานด้วย มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง
การเป็นผู้บริหารที่เหมาะสมควรนำข้อดีของแต่ละแบบมาประยุกต์ใช้ เช่น ระแวดระวังภัยแบบผู้บริหารการรถไฟแต่เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมก็กล้าที่จะออกทะเลไปหาปลาแบบผู้บริหารชาวประมง รอบคอบแบบนายแพทย์ มุ่งหวังให้งานสำเร็จตามเป้าหมาย และพร้อมขยายงานเมื่อสบโอกาสแบบชาวนา
หากทำแบบนี้แล้วก็แสดงว่าเราเป็นผู้บริหารที่เดินทางสายกลางไม่หย่อนไม่ยานเกินไป และไม่แข็งกร้าวจนลูกน้องขวัญกระเจิง การบริหารธุรกิจในโลกยุคใหม่ หากนำธรรมะเป็นที่ตั้งจะนำพาซึ่งความพอดีและความสุขสู่ธุรกิจได้ยืนยาวและมั่นคง







