posttoday
เปิดใจสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์บทเรียนราคาแพงจากวิกฤต

เปิดใจสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์บทเรียนราคาแพงจากวิกฤต

20 มิถุนายน 2553

จากวันวิปโยคเผาเมืองหลวงเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่าในเชิงธุรกิจแล้วกลุ่มเซ็นทรัล (ซีจี) ได้รับบาดเจ็บมากที่สุด จากเพลิงไหม้ที่เผาผลาญศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ไปกว่าครึ่ง

จากวันวิปโยคเผาเมืองหลวงเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่าในเชิงธุรกิจแล้วกลุ่มเซ็นทรัล (ซีจี) ได้รับบาดเจ็บมากที่สุด จากเพลิงไหม้ที่เผาผลาญศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ไปกว่าครึ่ง

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล 

จากวันวิปโยคเผาเมืองหลวงเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่าในเชิงธุรกิจแล้วกลุ่มเซ็นทรัล (ซีจี) ได้รับบาดเจ็บมากที่สุด จากเพลิงไหม้ที่เผาผลาญศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ไปกว่าครึ่ง และคาดว่าในอีก 6-14 เดือนนับจากนี้ ศูนย์ฯ จะทยอยกลับมาเปิดพื้นที่ให้บริการได้ตามปกติ 100% โดยมีคำรับประกันจากผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัลว่าโฉมใหม่ของเซ็นทรัลเวิลด์จะต้องดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และเป็นมากกว่า “แลนด์มาร์ก” ของกรุงเทพมหานคร

สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล (ซีจี) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่ออย่างเป็นทางการและเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 1 เดือนเต็ม หลังผ่านพ้นคืนวิกฤตดังกล่าว ซึ่งซีอีโอกลุ่มเซ็นทรัลยอมรับว่าสร้างความสะเทือนใจอย่างมากให้กับครอบครัวจิราธิวัฒน์

ทว่า ก็เป็นค่ำคืนเดียวกันที่คนในครอบครัวเซ็นทรัลมีความสุขและปลาบปลื้มจากรางวัล “Best of the Best” หรือรางวัล “ศูนย์การค้าสุดยอดแห่งความเป็นเลิศ” ประจำปี 2010 สาขาการออกแบบและพัฒนา จากคณะกรรมการศูนย์การค้านานาชาติ หรือไอซีเอสซี (ICSC : The International Council of Shopping Centers)

เปิดใจสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์บทเรียนราคาแพงจากวิกฤต สุทธิธรรม

“คณะกรรมการไม่ได้เลือกเราเพราะไฟไหม้แน่นอน รางวัลนี้ก็เหมือนรางวัลออสการ์ คือ เราทราบแค่เพียงว่าเป็นแคนดิเดตรางวัล แต่ต้องไปลุ้นผลในคืนวันประกาศผลเหมือนกัน” สุทธิธรรม กล่าว

จนถึงขณะนี้ “ดีกรี” ของความสะเทือนใจได้ลดระดับลง โดยส่วนหนึ่งได้รับการเยียวยาจากกำลังใจที่ส่งมอบเข้ามาให้อย่างล้นหลาม ทั้งพนักงานบริษัท ลูกค้า พันธมิตรธุรกิจคู่ค้า สถาบันการเงิน ตลอดจนคู่แข่งในธุรกิจเดียวกัน ที่ส่งมาให้เซ็นทรัลผ่านสื่อรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะผ่านสื่อในสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทำให้สุทธิธรรมถึงกับลงมือตอบกลับข้อความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง เพราะทำธุรกิจมานานหลายสิบปีก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แต่ครั้งนี้ทำให้มีกำลังใจกลับมาทำงานได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ ในส่วนของพนักงานบริษัทที่มีทั้งหมดกว่า 6-7 หมื่นคนในขณะนี้ ยังได้เรียนรู้จากวิกฤตที่เกิดขึ้นว่า “เซ็นทรัล” เป็นองค์กร ไม่ได้มองว่าเป็น “จิราธิวัฒน์” และทุกคนมีความตั้งใจที่จะเดินหน้าต่อไปในอนาคตร่วมกัน ด้วยความภาคภูมิใจในองค์กร รวมถึงพี่น้องจิราธิวัฒน์ ที่มีความเป็นนักสู้ทุกคน ตั้งแต่รุ่น 2 ถึงรุ่น 3 ที่เชื่อว่าจะต้องรวมตัวกันเพื่อต่อสู้ต่อไปเช่นกัน

สุทธิธรรม กล่าวว่า จากวิกฤตที่เกิดขึ้นย่อมมีโอกาสอยู่เสมอ เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่ทั่วโลกรู้จักทำเล “สี่แยกราชประสงค์” ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ใหม่ทางธุรกิจของเมืองหลวงกรุงเทพฯ และเป็นตำนานไปแล้ว เช่นเดียวกับ “ไทม์สแควร์” ในมหานครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทุกคนหรือนักท่องเที่ยวต้องมาเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย ประจวบกับช่วงที่เกิดเรื่องขึ้นก็เหมือนกับเป็นการพีอาร์สถานที่ไปในตัว แม้ว่าจะเป็นเชิงลบแต่ก็ถือว่าสร้างการจดจำได้ดีทีเดียว จากภาพที่สื่อต่างชาตินำเสนอทุกครึ่งชั่วโมง จนกลายเป็นโลเกชันที่โด่งดัง

ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ ณ ปัจจุบัน เซ็นทรัลเวิลด์เป็นจุดสำคัญที่ต่อไปไม่มีใครเทียบได้จากศักยภาพของทำเลที่ดินที่กลุ่มเซ็นทรัลมีความตั้งใจจริงที่จะนำมาพัฒนาต่อจากวิฬุร เตชะไพบูลย์ เจ้าของเดิมศูนย์การค้าเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และยังเชื่อว่าเป็นโลเกชันที่ดีที่สุดในอาเซียนที่ไม่มีประเทศใดเทียบได้ ทั้งในฮ่องกงหรือสิงคโปร์ที่แม้ว่าจะมีย่านออร์ชาร์ด ซึ่งเป็นเพียงถนนเท่านั้น แต่ที่ “ราชประสงค์” เป็นสี่แยกทางธุรกิจที่น่าสนใจที่สุด!!!

“จากวิกฤตเศรษฐกิจประเทศไทยในปี 2539-2540 ที่ผ่านมา ซึ่งหลายคนมองว่าไม่ดีนั้น แต่เราก็สามารถทำให้ดีขึ้นมาได้ ฝ่าฟันมาได้ ซึ่งในครั้งนี้ก็เช่นกัน จากวิกฤตที่เกิดขึ้นยังมีสิ่งดีๆ แฝงอยู่ เห็นได้ว่าหลายคนเปิดใจกัน หาทางปรองดองกัน เริ่มสามัคคีกันมากขึ้น” สุทธิธรรม กล่าว

สำหรับในอนาคต หลังจากศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์กลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ บริษัทได้เตรียมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น ทั้งการเพิ่มกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ติดตั้งประตูแผงเหล็กกั้นทางเข้า-ออก ที่มีความเข้มงวดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมองในแง่ดีถือเป็นการป้องกันไว้ก่อน โดยไม่ได้ต้องการให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

สุทธิธรรม กล่าวถึงบทเรียนสำคัญที่ได้รับจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ หลังประมวลภาพรวมผ่านสื่อต่างๆ แล้ว เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากความเหลื่อมล้ำทางสังคม มีช่องว่างทางรายได้ระหว่างคนจน คนรวย หรือคนในต่างจังหวัดและคนเมืองหลวง ที่จะต้องเร่งแก้ไขให้สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา การเข้าถึงอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นในชุมชน เป็นต้น

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้กลุ่มเซ็นทรัลให้น้ำหนักกับการรณรงค์กิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคม (ซีเอสอาร์) มากขึ้น ผ่านแคมเปญโครงการต่างๆ ที่เข้าถึงกลุ่มชุมชนท้องถิ่น โดยเตรียมเพิ่มงบประมาณเฉพาะกิจกรรมซีเอสอาร์มากขึ้น จากปีนี้ที่ใช้งบมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 20% โดยอยู่ระหว่างการให้คณะทำงานเสนอแผนงานและงบประมาณใหม่อีกครั้ง

ขณะเดียวกันก็จะเดินหน้าแผนธุรกิจเดิมของกลุ่มเซ็นทรัลที่วางไว้ก่อนหน้านี้ คือการขยายการลงทุนธุรกิจค้าปลีกไปยังทำเลในต่างจังหวัดมากขึ้น อาทิ พิษณุโลก เชียงราย ลำปาง สุราษฎร์ธานี ตรัง และจังหวัดอื่นๆ ในอนาคต จากช่วงที่ผ่านมาได้เข้าไปขยายสาขาในจังหวัดใหญ่ๆ แล้ว เช่น ขอนแก่น อุดรธานี ชลบุรี เป็นต้น ซึ่งมองว่าเป็นการสร้างรายได้ให้คนท้องถิ่นมีโอกาสทำงานมีรายได้ และภาคภูมิใจรักในถิ่นฐานบ้านเกิดของตัวเองด้วย

ในอนาคตบริษัทจะมีทีมเข้าไปช่วยฝึกงานสร้างทักษะให้กับชุมชนว่าจะต้องปลูกพืชสินค้าเกษตรอย่างไรให้ได้ผลผลิตเป็นที่ต้องการตลาดเพื่อให้แข่งขันกับประเทศจีนได้ เป็นต้น ซึ่งบริษัทเองก็มีธุรกิจค้าปลีกซูเปอร์มาร์เก็ต “ท็อปส์” ที่สามารถวิเคราะห์สภาพตลาดสินค้าเกษตรได้ดี และอาจใช้เป็นเครือข่ายในการรับซื้อสินค้าเกษตรได้โดยตรงจากชุมชนในอนาคต เป็นต้น

แนวคิดดังกล่าวไม่ใช่มีเฉพาะกลุ่มเซ็นทรัลเท่านั้นที่เป็นผู้ดำเนินการ แต่เชื่อว่าในภาคเอกชนที่มีกำลังเพียงพอ และได้ดำเนินการด้านซีเอสอาร์มาก่อนหน้านี้ ก็ควรยิ่งเพิ่มระดับความเข้มข้นเข้าไปอีก เพื่อประโยชน์ภาพรวมของประเทศร่วมกัน

สุทธิธรรม กล่าวทิ้งท้ายว่า จากวิกฤตลูกใหญ่ที่ซัดโถมกลุ่มเซ็นทรัลครั้งนี้ แม้ว่าจะหนักหนาสาหัสเหนื่อยแทบขาดใจ แต่สุดท้ายก็หายเหนื่อย จากข้อคิดที่ได้ คือ มีกำลังใจที่ดี มีสติ และเพื่อนที่เป็นสิ่งให้ความคิดที่ดีๆ และที่สำคัญ ความเป็นครอบครัวต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อร่วมฝ่าฟันอุปสรรคให้ผ่านพ้นไปได้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ