
ธปท.ป้องผู้บริโภค
ธปท.กำชับสถาบันการเงินทุกแห่ง ดูแลผู้บริโภค ให้คิดค่าธรรมเนียมและทวงหนี้ให้เหมาะสม เกาะติดดูแลลูกค้าเอสเอ็มอี
ธปท.กำชับสถาบันการเงินทุกแห่ง ดูแลผู้บริโภค ให้คิดค่าธรรมเนียมและทวงหนี้ให้เหมาะสม เกาะติดดูแลลูกค้าเอสเอ็มอี
นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ให้สถาบันการเงินทุกแห่ง ทั้งธนาคารเฉพาะกิจของรัฐและธนาคารพาณิชย์มาพบประจำปี 2558 โดยได้มอบนโยบายให้ทุกแห่งดูแลผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งการคิดค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมการเงินต่างๆ ให้เหมาะสม โดยให้คิดอัตราที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากที่สุด เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศของ ธปท.ก่อนหน้านี้ ที่ให้ธนาคารพาณิชย์ต้องแจงรายละเอียดค่าธรรมเนียมในทุกธุรกรรมและรายงานที่ ธปท. เพื่อหาจุดสมดุลและเป็นธรรมกับผู้บริโภค รวมถึงการติดตามทวงถามหนี้ โดยเฉพาะการทวงหนี้ส่วนบุคคลให้เป็นไปตามแนวทางใน พ.ร.บ.ติดตามทวงหนี้ ที่กำลังจะออกในเร็วๆ นี้ด้วย
“ปีนี้ ธปท.ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มากขึ้น ยอมรับว่า ที่ผ่านมามีข้อร้องเรียนเรื่องดังกล่าวเข้ามาค่อนข้างมาก เพราะแบงก์ส่วนใหญ่ใช้บริษัทจากภายนอกรับจ้างทวงหนี้แทน ทำให้เกิดความไม่เหมาะสมบ้าง ธปท. จึงอยากให้แบงก์เข้าไปดูแลให้เหมาะสมขึ้น”
นอกจากนี้ ปีนี้ ธปท.จะให้ความสำคัญในการดูแลลูกค้าสินเชื่อเอสเอ็มอีเป็นพิเศษ ซึ่งจากการสอบถามเพิ่มเติมไปยังสถาบันการเงินทุกแห่งว่า มีการดูแลลูกค้าเอสเอ็มอีอย่างไร และในกรณีที่ขาดสภาพคล่องชั่วคราวจะปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติมหรือไม่ ในภาพรวมสถาบันการเงินส่วนใหญ่พยายามประคับประคองลูกค้าเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพต่อเนื่องอยู่แล้ว การมอบนโยบายในปีนี้เน้นให้ความสำคัญในเรื่องนี้พวกขึ้นมากขึ้นต่างจากเมื่อ 2-3 ปีก่อน ที่ ธปท.จะเข้าไปดูแลสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เป็นพิเศษเพราะเติบโตสูง
นายรณดล กล่าวต่อว่า ในปีนี้ ธปท.ได้สั่งการให้ทุกธนาคารเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่ออุปโภคบริโภค สินเชื่อส่วนบุคคลต่างๆ เนื่องจากปัจจุบันหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามธนาคารต่างๆ ดูแลเป็นปกติอยู่แล้ว เพราะต้นเหตุของการเกิดหนี้ครัวเรือนคือ การไปก่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในภาคส่วนต่างๆ ที่เกินความจำเป็น โดยไม่ได้ส่งผลในเชิงการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ฉะนั้นหากประชาชนมาขอสินเชื่อ เพื่อไปซื้อของไม่จำเป็น เช่น โทรศัพท์ ซื้อรถคันที่ 3 ซื้อบ้านหลังที่ 6 สถาบันการเงินก็ไม่ควรปล่อยสินเชื่อ ควรแยกแยะลูกค้าให้ดีอย่าหลับหูหลับตาปล่อย และหากรายใดที่มีหนี้ต่อรายได้สูงถึง 90% ก็ไม่ควรปล่อยกู้
ทั้งนี้ ในปี 2557 ธนาคารพาณิชย์ 11 แห่ง มีกำไรสุทธิรวม 205,931.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,073.67 ล้านบาท หรือ 3% จากปี 2556 โดยมีรายได้จากค่าธรรมเนียม 163,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.18% ธนาคารที่มีรายได้จากค่าธรรมเนียมสูงสุด 3 อันดับแรก คือ ธนาคารกสิกรไทย มีรายได้ค่าธรรมเนียม 42,690.36 ล้านบาท ธนาคารไทยพาณิชย์ 31,524.65 ล้านบาท และธนาคารกรุงเทพ 29,160.73 ล้านบาท







