
เปิดกฎหมายใหม่กรมศุลฯ รับขนส่งสินค้าผ่านแดน
ที่ผ่านมากรมศุลกากรได้มีการแก้ไขกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวเนื่องกับการค้าระหว่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
ที่ผ่านมากรมศุลกากรได้มีการแก้ไขกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวเนื่องกับการค้าระหว่างประเทศ โดยล่าสุดได้มีการแก้ไขกฎหมายของกรมศุลกากรรวม 3 ฉบับ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2557 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2557 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2557
สมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กฎหมายศุลกากรที่ออกมาใหม่นี้จะเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับผู้ประกอบการ เพราะมีหลายเรื่องที่เอื้อต่อการประกอบกิจการ มีการอำนวยความสะดวกทางการค้ามากขึ้น นอกจากนี้ยังลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ และลดขั้นตอนต่างๆ โดยกฎหมายใหม่ดังกล่าวมีสาระสำคัญ ดังนี้
เรื่องแรก กฎหมายใหม่ได้มีการกำหนดคำจำกัดความของ “การถ่ายลำ” และ “การผ่านแดน” ให้มีความชัดเจน ไม่ต้องตีความกันให้ยุ่งยาก โดยมีการกำหนดคำนิยามให้ชัดว่า ของผ่านแดน ของถ่ายลำ ไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร
อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องกังวลว่าจะยอมให้สินค้าหรือใครมาผ่านแดนกันง่ายๆ เพราะการผ่านแดนจะเป็นไปอย่างเสมอภาคและภายใต้กติการ่วมกัน ตามที่กำหนดไว้ในความตกลงระหว่างประเทศที่จะจัดทำขึ้น ส่วนการทำงานของเจ้าหน้าที่นั้น สรุปได้ว่า เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรและเจ้าหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องยังมีอำนาจในการตรวจค้นจับกุมของผิดกฎหมายหรือของอันตรายได้ เพื่อมิให้เกิดอันตรายแก่ประเทศไทย จึงสบายใจได้
นอกจากนี้ ในเบื้องต้นขณะที่กฎหมายออกบังคับใช้ใหม่ๆ อาจจะมีอะไรที่ขลุกขลักบ้าง แต่กรมศุลกากรได้พยายามเตรียมการรองรับไว้ในเบื้องต้นแล้ว และเมื่อพ้นช่วงเปลี่ยนผ่านไปได้ เชื่อว่ากฎหมายนี้จะเป็นเครื่องมือที่ส่งเสริมความเป็นศูนย์กลางหรือฮับของไทยในภูมิภาคอาเซียนหรือแม้กระทั่งฮับของเอเชียได้เป็นอย่างดี
เรื่องที่สอง การให้บริการจำแนกวินิจฉัยพิกัดอัตราศุลกากร ราคา และถิ่นกำเนิดสินค้าล่วงหน้า เพื่อขจัดข้อโต้แย้งระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการ โดยให้ผู้นำเข้ายื่นเรื่องข้อหารือกับกรมศุลกากรล่วงหน้าได้ โดยผลการพิจารณาจะมีผลผูกพันทางกฎหมาย สามารถใช้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ได้ ซึ่งขณะนี้กรมศุลกากรได้เตรียมบุคลากรที่จะรองรับการให้บริการ Advance Ruling ไว้พร้อมแล้ว
เรื่องที่สาม การรับรองสถานะทางกฎหมายของการดำเนินการทางศุลกากรที่ทำให้รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์มีผลเท่ากับที่ทำด้วยกระดาษ ซึ่งกรมศุลกากรได้ส่งเสริมและผลักดันอย่างเต็มที่ เรียกว่า “ไร้สาย ไร้พรมแดน ไร้กระดาษ” ได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงสบายใจได้ เพราะการดำเนินการด้านศุลกากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์จะมีผลทางกฎหมายแน่นอน ซึ่งในประเด็นนี้กรมศุลกากรต้องการฝากถึงผู้ประกอบการให้ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติพิธีการศุลกากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วยเช่นกัน
เรื่องที่สี่ พื้นที่ควบคุมร่วมหรือที่เรียกว่า Common Control Area : CCA เป็นเรื่องการตรวจร่วมระหว่างประเทศในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ไทย ลาว พม่า และมณฑลทางตอนใต้ของจีน โดยจะทำการตรวจเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แทนที่จะตรวจทั้งตอนขาออกและขาเข้า เช่น ผู้ประกอบการจะส่งของออกจากไทยไปลาว ของนั้นจะไปตรวจที่ฝั่งลาวเพียงครั้งเดียว อาจมียกเว้นบ้างเรื่องสัตว์มีชีวิตที่ต้องตรวจในพื้นที่ควบคุมร่วมของประเทศที่ส่งออกสัตว์มีชีวิตนั้นๆ ทั้งนี้เพื่อป้องกันโรคต่างๆ ที่ติดมากับสัตว์ไม่ให้แพร่กระจายข้ามประเทศ
โดยในการปฏิบัติงานจริง แต่ละประเทศจะส่งเจ้าหน้าที่ของตัวเองไปทำงานตรวจร่วมในพื้นที่ควบคุมร่วมของอีกประเทศหนึ่ง การตรวจร่วมกันจะช่วยประหยัดเวลาของผู้ประกอบการ โดยกรมศุลกากรมีด่านศุลกากรมุกดาหารเป็นด่านนำร่อง ซึ่งจะตรงกับด่านสะหวันนะเขตทางฝั่งลาว ส่วนด่านอื่นๆ จะปฏิบัติตามกันมาในไม่ช้า ทั้งนี้กรมศุลกากรพร้อมจะผลักดันเรื่องการตรวจร่วมให้สอดรับกับนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาลที่มีความเร่งด่วน
เรื่องที่ห้า การปรับปรุงแก้ไขเรื่องของยกเว้นอากรตามภาค 4 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 เช่น ภาชนะใช้ซ้ำหมุนเวียน(Returnable Box) ของมูลค่าเล็กน้อยตามที่อธิบดีกำหนด(De minimis) ของที่ได้รับเอกสิทธิ์ทางการทูต เป็นต้น







