
แอลเอ็มจีเน้นบริการดูดลูกค้า
แอลเอ็มจีเผยแผนปี 2558 เน้นพัฒนาบริการเร็ว เคลมง่าย หวังดูดลูกค้าจากคู่แข่งขัน ปลื้มทำงานผ่านออนไลน์ลดต้นทุน
แอลเอ็มจีเผยแผนปี 2558 เน้นพัฒนาบริการเร็ว เคลมง่าย หวังดูดลูกค้าจากคู่แข่งขัน ปลื้มทำงานผ่านออนไลน์ลดต้นทุน
นายไพบูลย์ จิรายุวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสินไหม บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย เปิดเผยว่า ในปี 2558 นี้ บริษัทจะยังเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการและควบคุมต้นทุนในการดำเนินงาน เพื่อดึงดูดลูกค้าของคู่แข่ง โดยในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ของประชาชนไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก ทำให้ระมัดระวังในการเลือกบริษัทประกันภัยมากขึ้น เงินที่จ่ายเบี้ยประกันภัยจึงต้องคุ้มค่า ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าระบบเคลมออนไลน์ของบริษัทจะถูกใจประชาชน
“ปีนี้คาดกันว่ายอดขายรถใหม่จะเพิ่มขึ้นได้ไม่มากนัก ขณะที่คู่แข่งในตลาดก็มีเยอะ ก็จะใช้ราคาแข่งขันกันเพื่อแย่งลูกค้ารถใหม่ แต่เราจะไม่แข่งราคาเบี้ยรถใหม่ เราจะทำตลาดรถเก่าโอกาสเติบโตสูง เพราะจำนวนรถมีมาก ก็จะใช้ด้านการบริการนี่แหละเข้าสู้” นายไพบูลย์ กล่าว
สำหรับปี 2557 ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรมากกว่าทุกปีประมาณ 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่มีกำไรสุทธิ 223 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำงานทุกขั้นตอน ช่วยลดการรั่วไหล ไม่ต้องตั้งกันสำรองเผื่อ อีกทั้งยังช่วยให้การบริการเป็นไปอย่างรวดเร็ว ถูกใจลูกค้าและคู่ค้า ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานทันสมัยตลอดเวลา
ปัจจุบันกระบวนการจ่ายค่าสินไหมทดแทน (เคลม) ของบริษัทเข้าสู่ระบบออนไลน์เกือบ 100% แล้ว เริ่มจากระบบคอลเซ็นเตอร์ หรือศูนย์บริการลูกค้าที่พนักงานรับสายได้ 100% ลูกค้าพอใจ และใช้พนักงานคอลเซ็นเตอร์เปิดเรื่องทำเคลม 98% ด้วยการแจ้งไปหาพนักงานสำรวจภัยที่อยู่ใกล้ลูกค้าที่สุด พร้อมรายละเอียดลูกค้าที่ส่งผ่านมือถือ เมื่อพนักงานไปถึงทำการถ่ายรูป ส่งข้อมูลเข้าบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติราคาให้ลูกค้านำรถเข้าอู่
ขณะที่อู่ซ่อมรถในเครือข่ายของบริษัทจะใช้ระบบอีเคลมที่เชื่อมกับบริษัท เมื่อประเมินราคาซ่อมส่งมาที่บริษัทจะเชื่อมกับข้อมูลบริษัท อีเอ็มซีเอส ไทย ที่ทำราคากลางอะไหล่ ต้นทุนในการซ่อมจะออกมาทันที พนักงานจะพิจารณาตีราคาและอนุมัติการซ่อม ซึ่งจะตีราคาการซ่อมเป็นรายชั่วโมง หากอู่ซ่อมเสร็จเร็วก็จะได้ลูกค้ารายใหม่เพิ่ม ถ้าซ่อมเสร็จช้าก็เสียโอกาส
“ทันทีที่กดราคาอนุมัติเคลม ระบบจะคำนวณทันทีว่าต้องตั้งสำรองเท่าไหร่ และระบบจะทำการตั้งสำรองอัตโนมัติ ตัวเลขวิ่งไปที่ฝ่ายบัญชี เพื่อตั้งรอจ่าย ทันทีที่ซ่อมเสร็จ อู่รายงานเข้ามา ทางฝ่ายบัญชีสั่งอนุมัติจ่ายที่เชื่อมกับบัญชีธนาคารของบริษัท ส่งตรงเข้าบัญชีอู่ทันทีใน 1 วัน ถ้าทำเสร็จ 5 คัน ก็จ่าย 5 คันทันที” นายไพบูลย์ กล่าว
ขณะเดียวกัน การตรวจสอบการทำงานจากบริษัทแม่ ทำให้ไม่ต้องเดินทางมานั่งที่บริษัท สามารถเข้าระบบดูการทำงานบนออนไลน์ ติดตามตรวจสอบข้อมูลได้ตลอดเวลา เพราะเอกสารทุกอย่างอยู่ในคอมพิวเตอร์แล้ว
นอกจากนี้ บริษัทยังทำสัญญาสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายซึ่งกันและกัน “(Knock For Knock)” ตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ประเภท 1 กับบริษัทประกันภัย 20 แห่ง ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง ชนกับรถ 10 ล้อ หรือเก๋งชนกับรถอื่นๆ แม้ว่าบริษัทจะไม่ได้รับประกันภัยรถประเภทนั้นๆ ก็ตาม โดยบริษัทจะซ่อมรถลูกค้าของตัวเอง และอีก 20 บริษัทก็ซ่อมรถลูกค้าตัวเองเช่นกัน ทำให้เกิดความรวดเร็วในการบริการจัดการ







