
ปั้นงานวิจัยสร้างเงินแผ่นอะครีลิกกันกระสุน
เราพัฒนาสูตรร่วมกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ได้อะครีลิกที่ทนแรงกระแทกได้สูง พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ นำไปผลิตเป็นกระจกป้องกันกระสุนในรถตู้
เราพัฒนาสูตรร่วมกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ได้อะครีลิกที่ทนแรงกระแทกได้สูง พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ นำไปผลิตเป็นกระจกป้องกันกระสุนในรถตู้
โดย...จันทร์จิรา พึ่งวิริยะ
แผ่นอะครีลิก แผ่นพลาสติกคุณสมบัติใส เงางาม สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายประเภท อาทิ ผลิตเป็นชิ้นส่วนต่างๆ ในรถยนต์ หมวกกันน็อก กระเบื้องมุงหลังคาใส และแผ่นป้ายโฆษณา เป็นต้น
แต่ด้วยข้อจำกัดของพลาสติกชนิดนี้ที่เป็นรอยขีดข่วนง่าย เปราะ และแตกหัก จึงไม่เหมาะกับการนำไปใช้ในงานที่ต้องรับแรงกระแทกหนักๆ
ดังนั้น บริษัท แพนเอเชีย อุตสาหกรรม ผู้ผลิตแผ่นอะครีลิกรายแรกและรายเดียวในประเทศที่ได้รับ ISO ทั้ง 3 ระบบ ได้แก่ ISO 9000 บริหารคุณภาพ ISO 14000 ด้านสิ่งแวดล้อม และ ISO 18000 สำหรับความปลอดภัยของพนักงาน
ตลอดจนรับรางวัลจากการทำงานและพัฒนาผลิตภัณฑ์อีกมากมาย การันตีคุณภาพ จึงพยายามหาช่องทางลดข้อจำกัดดังกล่าว ปูทางสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ แผ่นอะครีลิกทนแรงกระแทกสูง จนนำไปสู่การใช้งานที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน
โสรัตน์ วณิชวรากิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพนเอเชีย อุตสาหกรรม ซึ่งเข้ามารับช่วงบริหารงานต่อจากคุณแม่จิราพร วณิชวรากิจ ในฐานะบริษัทคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ ประกาศสานงานวิจัยและพัฒนาเพื่อผลิตภัณฑ์ฝีมือคนไทยอย่างต่อเนื่อง
“เราผลิตแผ่นอะครีลิก ซึ่งเป็นบริษัทของคนไทยรายเดียวที่ยังเหลืออยู่ในประเทศ เนื่องจากคู่แข่งเป็นชาวต่างชาติหมด จึงพยายามส่งเสริมเรื่องการทำวิจัยและพัฒนา เพื่อให้บุคลากรได้สัมผัสการวิจัยและลงมือปฏิบัติจริง แต่การทำอาร์แอนด์ดีมีความเสี่ยง เพราะในขั้นตอนการทำวิจัยอาจทำได้ดี แต่เมื่อต้องผลิตจริงอาจไม่ประสบความสำเร็จก็ได้”
โสรัตน์ กล่าวว่า เมื่อเป็นธุรกิจไซส์เอสเอ็มอี ยิ่งต้องพยายามลดความเสี่ยง และคิดว่าน่าจะมีหน่วยงานที่สามารถสร้างสะพานเชื่อมการวิจัยกับการทำงานจริง โดยได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ต่างๆ ที่ทำงานวิจัยร่วมกันว่ามี iTAP หรือโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทยจึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ
นฤมล เครือองอาจนุกูล อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญจาก iTAP ที่ร่วมให้คำปรึกษา วิจัย และพัฒนา กับบริษัท แพนเอเชีย อุตสาห กรรม ภายใต้โครง การการผลิตแผ่นอะครีลิก ทนแรงกระแทกสูง ระบุว่า วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตแผ่นอะครีลิกทนแรงกระแทกสูงนั้นมีสมบัติเด่น ได้แก่ ความใส ยอมให้แสงผ่านได้มากกว่า 90% อีกทั้งยังเป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดีมาก แต่ยังมีข้อด้อยคือเปราะแตกได้ง่าย
เมื่อได้เข้ามาพัฒนางานในโครงการ พบปัญหาระหว่างกระบวนการผลิต เช่น รอยย่นในกระบวนการหล่อขึ้นรูป ระยะเวลาเทสารลงแม่พิมพ์ เป็นต้น จึงได้ปรับปรุงสูตรต่างๆ ร่วมกับบริษัท เพื่อให้เหมาะสมที่จะนำไปใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์
โสรัตน์ กล่าวต่อว่า ผลจากการเข้าร่วมกับโครงการ iTAP ทำให้บริษัทสามารถปรับสูตรและกระบวนการผลิตแผ่นอะครีลิกทนแรงกระแทกสูงได้ ผลิตภัณฑ์ที่ได้ยังมีสมบัติเชิงกลและกายภาพผ่านมาตรฐาน จนนำไปผลิตขายได้จริง มีคำสั่งซื้อเพิ่มเข้ามา สามารถขยายตลาดใหม่จากการต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น แผ่นอะครีลิกทนกระสุน เป็นต้น
ด้วยมองเห็นโอกาสจากแนวโน้มราคาทองคำที่สูงขึ้น จูงใจให้เกิดการก่ออาชญากรรม ทำให้มองว่า หากนำอะครีลิกที่มีความหนาและทนแรงกระแทกสูงสูตรนี้พัฒนาเป็น ตู้กระจกร้านทอง เพื่อป้องกันกระสุน จะช่วยป้องกันการก่อเหตุร้ายได้อีกทางหนึ่ง
“เรานำโจทย์จากลูกค้ามาตั้งว่าจะทำอย่างไรให้อะครีลิกแข็งแรงขึ้น โดยพัฒนาสูตรร่วมกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ได้อะครีลิกที่ทนแรงกระแทกได้สูง พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ นำไปผลิตเป็นกระจกป้องกันกระสุนในรถตู้ ผ่านการทดสอบยิงแผ่นอะครีลิกของเราด้วยกระสุน .38 มม. ระยะยิง 7 เมตร ได้ผลน่าพอใจ กันกระสุนได้ ขณะนี้ผลิตเป็นกระจกด้านข้างของรถตู้ ทำจากอะครีลิกหนา 15 มิลลิเมตร มีความเหนียว ทนกระสุน นำไปใช้งานจริงแล้วใน จ.ยะลา”
ลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทยังเป็นคนไทย 70% บริษัทผลิตแผ่นอะครีลิกเพียงอย่างเดียวและส่งต่อบริษัทลูกค้านำไปขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตามความต้องการ บางผลิตภัณฑ์อาจมีความหนา-บางแตกต่างกันไป ส่วนที่มีความหนาไม่มากนัก มักทำเป็นกรอบพระ ทั้งที่เป็นแบบตั้งและห้อยคอ ไม่ต้องใช้อะครีลิกที่หนามาก ช่วยให้ลูกค้าประหยัดต้นทุนไปได้ด้วย
อย่างไรก็ดี บริษัทยังต้องพัฒนาเพิ่มเติมต่อ เนื่องจากแผ่นอะครีลิกแม้จะมีความเหนียว ทนทาน เงางาม ใสเหมือนกระจกไม่แตก แต่ยังมีจุดด้อย คือ ไม่สามารถป้องกันรอยที่เกิดขึ้นได้
“ปีที่แล้วบริษัทผลิตแผ่นอะครีลิกจำหน่ายประมาณ 10 ตัน ผลประกอบการเพิ่มขึ้น 15% เป็นผลจากการเน้นกลยุทธ์ ทั้งการตลาด บุคลากร งานวิจัย และพัฒนา ผ่านความร่วมมือ iTAP ซึ่งช่วยธุรกิจเอสเอ็มอีได้มาก โดยเฉพาะการนำองค์ความรู้มาเปลี่ยนให้เป็นเงิน” โสรัตน์ กล่าว







