
ใช้นวัตกรรมฟัน2เด้ง
เอกชนทุ่มวิจัยและพัฒนาสินค้าบริการช่วยเพิ่มยอด รัฐหนุน ลดหย่อนภาษีได้ 300%
เอกชนทุ่มวิจัยและพัฒนาสินค้าบริการช่วยเพิ่มยอด รัฐหนุน ลดหย่อนภาษีได้ 300%
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี เปิดเผยว่า บริษัทใช้เวลานาน 9 ปี ในการพัฒนาบริษัทสู่องค์กรแห่งนวัตกรรม โดยปีนี้จะใช้งบวิจัยและพัฒนา หรืออาร์แอนด์ดี 4,890 ล้านบาท หรือ 1% ของยอดขายรวมกว่า 5 แสนล้านบาท เพื่อพัฒนาสินค้าที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือ High Value Added ซึ่งปีที่ผ่านมาสินค้ากลุ่มดังกล่าวสามารถสร้างยอดขายได้ 35% หรือกว่า 1.69 แสนล้านบาท จากปี 2556 อยู่ที่ 1.49 แสนล้านบาท
“การใช้งบวิจัยและพัฒนาสินค้าจำนวนมากจะช่วยผลักดันให้ยอดขายของบริษัทเติบโตมากขึ้น แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจซบเซา ซึ่งในอนาคตบริษัทมีแผนจะเพิ่มงบวิจัยและพัฒนาสินค้า เพื่อจะผลักดันให้ยอดขายเติบโตขึ้น หลังจากที่รัฐบาลสนับสนุนให้นำงบวิจัย หรือนโยบาย Talent Mobility สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 300% ตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา” นายกานต์ กล่าว
นายพูลสวัสดิ์ เผ่าประพัธน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ และผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรม กลุ่มธุรกิจ ซีพี ออลล์ กล่าวว่า บริษัทได้ปรับเปลี่ยนสู่องค์กรแห่งนวัตกรรมมานาน 8 ปี เพื่อใช้ขับเคลื่อนธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ตัวสินค้า โดยได้ใช้ช่องทางของเซเว่นอีเลฟเว่นพัฒนาเชื่อมต่อไปยังแม็คโครที่เน้นขายส่ง เพื่อพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งปีที่ผ่านมาบริษัทได้ใช้งบอาร์แอนด์ดีกว่า 3,000 ล้านบาท หรือ 1% ของยอดขาย 3 แสนล้านบาท
นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ กล่าวว่า การนำนวัตกรรมมาใช้สามารถสร้างความแตกต่างของสินค้าได้ เช่น การนำโทรทัศน์มาติดรวมกันอยู่ในตู้เย็น ที่ปัจจุบันเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น จะเห็นได้ว่าการนำงบวิจัยและการพัฒนามาใช้นั้นต้องสอดคล้องกันไปจนถึงขั้นตอนการทำตลาด ซึ่งหัวใจสำคัญคือทั้งภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันเป็นอย่างดี เพื่อเพิ่มศักยภาพและลดต้นทุนการทำนวัตกรรมที่สูงเกินไป







