
หวั่นเศรษฐกิจซบฉุดผลตอบแทนพันธบัตรวูบ
บล.ฟิลลิป ชี้นักลงทุนหันหน้าซบสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ ฉุดผลตอบแทนพันธบัตรลด บลจ.กสิกรไทย ออกกองตราสารหนี้ต่อ
บล.ฟิลลิป ชี้นักลงทุนหันหน้าซบสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ ฉุดผลตอบแทนพันธบัตรลด บลจ.กสิกรไทย ออกกองตราสารหนี้ต่อ
นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า นักลงทุนทยอยถือสินทรัพย์ ที่มีความเสี่ยงต่ำมากขึ้น ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยลดลง โดยเฉพาะตราสารอายุ 5-10 ปี
“นักลงทุนทยอยถือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมากขึ้น เพราะกังวลว่า คณะกรรมการนโยบาย การเงิน (กนง.) อาจจะปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังชะลอตัว โดยเฉพาะการส่งออก” นายสานุพงศ์ กล่าว
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย ยังคงเดินหน้าออกกองทุนตราสารหนี้ ที่มีนโยบายลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ เช่น เงินฝากและตราสารหนี้ จีน แอฟริกา ตุรกี และบราซิล ผสมกับตราสารหนี้ในประเทศ ได้แก่ ตราสารหนี้ ธนาคารธนชาต เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้มากขึิ้น
นายนาวิน อินทรสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า ในวันที่ 3-9 มี.ค. บลจ.กสิกรไทยจะเปิดเสนอขาย 3 กองทุน ที่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ได้แก่
กองทุนเปิดเค เอ็นแฮนซท์ ตราสารหนี้ 3 เดือน โอ (KEFI3MO) คาดผลตอบแทนสุทธิ 2.4% ต่อปี และกองทุนเปิดเค เอ็นแฮนซท์ ตราสารหนี้ 6 เดือน เจ (KEFI6MJ) คาดผลตอบแทนสุทธิ 2.55% ต่อปี ซึ่งเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้น โดยลงทุนขั้นต่ำ 1 ล้านบาท
ขณะที่ กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 6 เดือน ซีอาร์ (KFI6MCR) คาดผลตอบแทนสุทธิ 2.3% ต่อปี เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ต่ำ แต่ต้องการผลตอบแทนดีกว่าตราสารหนี้ในประเทศ โดยลงทุนตราสารหนี้มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท







