posttoday
'ยูโอบี'ตั้งเป้าปีนี้แตะ3แสนล.

'ยูโอบี'ตั้งเป้าปีนี้แตะ3แสนล.

03 มีนาคม 2558

บลจ.ยูโอบี ตั้งเป้าสินทรัพย์แตะ 3 แสนล้าน โตเกิน 10% ชูปีก่อนทำได้เหนืออุตฯ ส่วนหุ้นไทยปีนี้มองแค่ 1,650 จุด

บลจ.ยูโอบี ตั้งเป้าสินทรัพย์แตะ 3 แสนล้าน โตเกิน 10% ชูปีก่อนทำได้เหนืออุตฯ ส่วนหุ้นไทยปีนี้มองแค่ 1,650 จุด

นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยูโอบี (ประเทศ ไทย) เปิดเผยว่า ปี 2558 นี้ บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) แตะระดับ 3 แสนล้านบาท หรือเติบโตมากกว่า 10% และตั้งเป้าการเติบโตในระยะยาวจะต้องไม่น้อยกว่าอุตสาหกรรม

สำหรับผลงานของบริษัทในปี 2557 มีการเติบโตค่อนข้างดี มูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้น 23% อยู่ที่ 2.67 แสนล้านบาท โดยสูงกว่าอุตสาหกรรมที่เติบโต 20%

น.ส.ณัชชา สุนทรธาราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาบริษัทเติบโตทั้ง 3 ธุรกิจ โดยกองทุนรวมเติบโต 20% สินทรัพย์อยู่ที่ 1.28 แสนล้านบาท กองทุนส่วนบุคคลเติบโต 30% มีสินทรัพย์ 6.22 หมื่นล้านบาท และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพโต 23% มีสินทรัพย์ 7.74 หมื่นล้านบาท

“ปีนี้บริษัทยังคงมุ่งเน้นความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก การเข้าใจวัตถุประสงค์การลงทุนที่หลากหลายของนักลงทุนแต่ละกลุ่ม เพื่อสรรหาผลิตภัณฑ์การลงทุน ที่สามารถตอบสนองได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า และสามารถให้คำแนะนำการลงทุนในเชิงลึกได้และพัฒนาเพื่อยกระดับการให้บริการที่เป็นเลิศ” นายวนา กล่าว

ปัจจุบัน บลจ.ยูโอบีมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการอยู่อันดับ 5 ของอุตสาหกรรม โดยมีความเชี่ยวชาญการบริหารกองทุนในระดับภูมิภาคมีความถนัดทั้งการบริหารในประเทศและต่างประเทศ มีพันธมิตรทางธุรกิจระดับโลกที่พร้อมจะนำเสนอนวัตกรรมการลงทุนที่เหมาะสมในแต่ละสภาวการณ์ให้กับนักลงทุน ได้แก่ AXA Investment Managers, Sumitomo Mitsui Asset Management (SMAM) และ Wellington International Management Company Limited หรือ Black Rock Inc. เป็นต้น

ด้าน น.ส.ศิริพรรณ สุทธาโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกโดยรวมปรับตัวดีขึ้น โดยบริษัทยังแนะนำกระจายการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น จากตัวเลขส่งออกของญี่ปุ่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาล และธนาคารกลางญี่ปุ่นที่ยังคงใช้มาตรการการเงินแบบผ่อนคลายจะสนับสนุนให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตขึ้น

นอกจากนี้ หุ้นจีนและอินเดียยังน่าสนใจจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่ดีขึ้น และราคาหุ้นยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก ส่วนหุ้นกลุ่มธุรกิจเพื่อสุขภาพในสหรัฐ มองว่ามีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่องในระยะยาวสอดคล้องกับแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลสุขภาพของประชากรทั่วโลกที่มีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นต่อเนื่อง

น.ส.ศิริพรรณ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในปีนี้มองไว้ที่ 1,650 จุด โดยตลาดหุ้นไทยยังได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันที่ลดลง การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวดีขึ้นและเม็ดเงินจากแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้เป็นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้และส่งผลบวกต่อผลประกอบการของธุรกิจ โดยมองเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโต 4% เมื่อเทียบกับปี 2557 ที่ระดับ 0.8%

“การเติบโตของเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักต่อการลงทุนในหุ้นไทย โดยเฉพาะในกลุ่มอุปโภคบริโภคและก่อสร้าง แต่ต้องจับตาการใช้จ่ายของภาครัฐ” น.ส.ศิริพรรณ กล่าว

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69