
สินเชื่อฝ่อไร้สัญญาณผงกหัว
สินเชื่อชะลอตัวนับปีไร้แวว กสิกรฯ คาดซบยาวตลอดไตรมาสแรกปีนี้ ธปท.ยันโตเป็นปกติ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้
สินเชื่อชะลอตัวนับปีไร้แวว กสิกรฯ คาดซบยาวตลอดไตรมาสแรกปีนี้ ธปท.ยันโตเป็นปกติ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานข้อมูลสินเชื่อของสถาบันการเงินรับฝากเงินในระบบ ล่าสุด ณ สิ้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ขยายตัวลดลงอยู่ที่ 4.3% จาก 4.5% ในเดือนก่อน ซึ่งจากข้อมูลสินเชื่อใหม่และการออกตราสารหนี้และทุนในระยะสั้น ยังไม่เห็นการเพิ่มขึ้นในแง่การลงทุน มีเพียงการขยายตัวจากสินเชื่อครัวเรือนที่ปล่อยโดยธนาคารเฉพาะกิจของรัฐเป็นหลัก ส่วนสินเชื่อที่ปล่อยโดยธนาคารพาณิชย์เร่งตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย และส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค
ทั้งนี้ จากข้อมูล ธปท. ในปี 2557 จนถึงปัจจุบัน พบว่า สินเชื่อมีทิศทางการขยายตัวที่ชะลอตัวลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 1 ปีมานี้ จากเดือน ม.ค. 2557 ที่มียอดสินเชื่อคงค้างที่ 14.70 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 9.3% ยอดสินเชื่อคงค้างในเดือน ม.ค. 2558 อยู่ที่ 15.34 ล้านล้านบาท หรือขยายตัวขึ้นเพียง 4.3%
นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า สินเชื่อขยายตัวต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจ ไม่ได้หดตัวตามความกังวลต่อทิศทางหนี้เสียที่อาจเพิ่มขึ้นจากปัญหาหนี้ครัวเรือน เพียงแต่เป็นอัตราที่ชะลอตัวลง เนื่องจากภาคเอกชนอาจจะไม่ได้เร่งการขยายธุรกิจ
“อัตราการขยายตัวของสินเชื่ออาจชะลอลงบ้าง แต่ในความจริงสินเชื่อก็ยังโตได้ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพียงแต่ไม่ได้ดีเหมือน 3-4 ปีก่อน ที่โตเป็นเลข 2 หลัก ในปีนี้ก็น่าจะยังโตได้ที่ระดับ 6-7% ตามสินเชื่อการบริโภค โดยเฉพาะในส่วนของสินเชื่อบ้าน แม้ว่าสินเชื่อบริโภคอื่นๆ ทั้งสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต และรถยนต์จะลดลง แต่ก็มีเหตุผลที่พอเข้าใจได้ เพราะตอนนั้นโตตามนโยบายการกระตุ้น แต่ขณะนี้โตตามความต้องการจริงของตลาด เชื่อว่าสินเชื่อในช่วงนี้ยังขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้” นายรณดล กล่าว
ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ การเติบโตของสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในไทยจะขยายตัวได้เพียง 3.5-4% เท่านั้น จาก 4.5% ในไตรมาส 4 ปี 2557 โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจทั้งขนาดใหญ่และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เนื่องจากผู้ประกอบการรอดูความชัดเจนในการเบิกจ่ายงบประมาณและการลงทุนของภาครัฐก่อน
ทั้งนี้ คาดว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีจะขยายตัว 3.7-4.0% เพราะนอกจากเศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่ชัดเจนแล้ว ยังเป็นผลจากราคาสินค้าเกษตรทรงตัวต่ำต่อเนื่อง จนจำกัดการใช้สินเชื่อทุนหมุนเวียน และยังอาจเป็นผลจากการเริ่มบังคับใช้ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2557 ส่วนสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่นั้น คาดว่าจะหดตัวลงมากที่สุด ลบ 2.5% ถึงลบ 1.5% ซึ่งการชะลอตัวของทั้งกลุ่มรายใหญ่และเอสเอ็มอี คาดว่าจะทำให้สินเชื่อธุรกิจโดยรวมขยายตัวเพียง 1-1.5% จาก 2.4% ในไตรมาสก่อน
ด้านภาพรวมสินเชื่อรายย่อย คาดว่าจะเติบโต 7-7.5% จากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ได้ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง บวกกับหนี้ครัวเรือนสูง ซึ่งทำให้ธนาคารคงนโยบายเครดิตที่เข้มงวดอย่างต่อเนื่อง แรงขับเคลื่อนหลักของสินเชื่อรายย่อยจะยังคงมาจากในส่วนของสินเชื่อที่อยู่อาศัย จากจำนวนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนที่ทยอยเข้าสู่ตลาด ขณะที่สินเชื่อบุคคลนั้น แม้จะเร่งตัวสูงขึ้นแต่ก็เป็นเพราะฐานเปรียบเทียบที่ต่ำ และผู้ประกอบการบางแห่งเริ่มกลับมาทำตลาด
ส่วนสินเชื่อบัตรเครดิตขยายตัวในทิศทางลดลงตามการใช้จ่ายของกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง และการใช้จ่ายในปั๊มน้ำมันที่ราคาน้ำมันถูกลง ขณะที่สินเชื่อเพื่อเช่าซื้อยานยนต์ ยังหดตัวเพิ่มขึ้น ลบ 5% ถึงลบ 4% และคาดว่าอาจหดตัวต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 2 ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ ในครึ่งปีหลัง







