
รถเพิ่มส่งออกกู้ตลาดไทยซบ
ค่ายรถยนต์ ชี้ตลาดในประเทศโตต่ำคาด ลุ้นครึ่งปีหลังฟื้น ปรับเพิ่มส่งออกแทนขายในประเทศ
ค่ายรถยนต์ ชี้ตลาดในประเทศโตต่ำคาด ลุ้นครึ่งปีหลังฟื้น ปรับเพิ่มส่งออกแทนขายในประเทศ
นายฮิโรชิ นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ เปิดเผยว่า ปี 2558 ตลาดรถยนต์ในประเทศจะอยู่ที่ 9.3-9.5 แสนคัน สูงขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 8.7 แสนคัน ซึ่งจะเห็นการเติบโตชัดเจนตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป ส่วนบริษัทตั้งเป้ายอดขายให้โตเท่ากับตลาด หรือกว่า 8% โดยปี 2557ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายรวม1.59 แสนคัน
ทั้งนี้ บริษัทจะเน้นการส่งออกต่างประเทศมากขึ้น 10-15% เพื่อทดแทนตลาดในประเทศที่ชะลอตัวซึ่งในปีนี้จะส่งออกอีซูซุ มิว-เอ็กซ์ เพิ่มขึ้นจากเดิม เพื่อช่วยทำตลาดควบคู่กับอีซูซุ ดีแมคซ์ ในประเทศแถบทวีปตะวันออกกลาง ยุโรปออสเตรเลีย และภูมิภาคอาเซียน
สำหรับปัจจัยลบที่ทำให้ตลาดในประเทศชะลอตัวมี 4 ปัจจัยด้วยกัน คือ 1.ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ 2.ตัวเลขการส่งออกภาพรวมประเทศเติบโตน้อย 3.อัตราหนี้ครัวเรือนสูง และ 4.สถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) อนุมัติสินเชื่อยากขึ้น ขณะที่ปัจจัยบวกมี 2 ปัจจัย คือ 1.ปริมาณนักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในสถานการณ์ทางการเมือง และ 2.ราคาน้ำมันที่ลดลงส่งผลให้ต้นทุนทำธุรกิจต่างๆ ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตลาดรถกระบะในปี 2558 จะมีการแข่งขันที่รุนแรงสูง จากการเปิดตัวรุ่นใหม่ของหลายบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ซึ่งมีสัญญาณการแข่งขันที่รุนแรงมาตั้งแต่ปลายปี 2557 และในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจตกต่ำ สัดส่วนรถกระบะในตลาดจะเพิ่มขึ้นกว่ารถยนต์นั่ง โดยคาดว่าในปีนี้สัดส่วนระหว่างรถกระบะกับรถยนต์นั่งจะอยู่ที่ 45% ต่อ 55% จากเดิมอยู่ที่ 43% ต่อ 57% ตามลำดับ
นายโมะริคาซุ ชกคิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิมอเตอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า มองว่าปีนี้ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศจะอยู่ที่ 9 แสนคัน ช่วงครึ่งปีแรกจะอยู่ในสภาวะทรงตัว และจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง โดยหวังว่าภาครัฐจะใช้งบลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น
“เชื่อว่าปีนี้จะต้องดีกว่าปีก่อนอย่างแน่นอน จากจีดีพีคาด3-4% จากปีก่อนอยู่ที่ 0.7% แต่อัตราเติบโตคงจะไม่เป็นไปแบบก้าวกระโดด เนื่องจากปีก่อนตลาดรวมอยู่ที่ 8.7 แสนคัน” นาย ชกคิ กล่าว
ขณะที่บริษัทตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไว้ที่ 7 หมื่นคัน สูงขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 6.3 หมื่นคัน ซึ่งบริษัทจะเพิ่มเป้าส่งออกเป็น 3.4 แสนคัน จากปีก่อน 3.1 แสนคัน เพราะยุโรปและสหรัฐยอดเพิ่ม







