posttoday
กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง รับผลโครงการใหญ่ปี '60

กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง รับผลโครงการใหญ่ปี '60

02 มีนาคม 2558

ผลการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2558 สิ้นสุดเมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา

ผลการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2558 สิ้นสุดเมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งสัญญาณที่ดีขึ้นเป็นลำดับโดยงบประจำ (78.7% ของงบทั้งหมด) เบิกจ่ายแล้ว 1 ล้านล้านบาท จาก 2.12 ล้านล้านบาท หรือ 47.17% คาดว่าในเดือน มี.ค. จะเพิ่มเป็น 60%, งบลงทุน (17.5% ของงบลงทุนทั้งหมด) เบิกจ่ายแล้ว 7.38 หมื่นล้านบาท จาก 4.5 แสนล้านบาท หรือ 16.4% และมีโครงการทำสัญญาและรอการเบิกจ่ายอยู่อีก 1.35 แสนล้านบาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส คาดว่าในเดือน มี.ค. งบลงทุนจะเพิ่มเป็น 30%, งบเหลื่อมปีเบิกจ่ายแล้ว 1.1 แสนล้านบาท หรือ 31.9% และคาดว่าในเดือน มี.ค. จะเพิ่มเป็น 45% และงบกระตุ้นเศรษฐกิจเบิกจ่ายแล้ว 3,574 ล้านบาท  จาก 2.3 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 15% ซึ่งคาดว่าในเดือน มี.ค. จะเพิ่มเป็น 29.3% ผ่านกำลังซื้อในประเทศที่มีพัฒนาการที่ดี สร้างความคาดหวังถึงการเกิดขึ้นของโครงการลงทุนขนาดใหญ่จากรัฐ

ปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง (CK) กล่าวว่า ในปี 2558 บริษัทจะมีรายได้ก่อสร้างไม่ต่ำกว่าปี 2557 และจะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 10%

เมื่อเดือน ม.ค. 2558 คณะกรรมการของบริษัทได้อนุมัติให้บริษัทเข้าร่วมในการปรับโครงสร้าง 2 ธุรกิจหลัก คือ ให้บริษัทให้การสนับสนุนการควบรวมกิจการของบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) และบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) โดยบริษัทจะซื้อหุ้นของ BMCL  จาก BECL ในสัดส่วน 10% ของหุ้น BMCL ทั้งหมดที่มูลค่า 3,670 ล้านบาท หลังจากการควบรวมคาดว่าจะมีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทใหม่ 30%

สำหรับการปรับโครงสร้างธุรกิจที่ 2 คือ ให้บริษัทขายหุ้นของบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ (XPCL) 30% ของหุ้น XPCL ทั้งหมดให้แก่ CKP ที่มูลค่า 4,300 ล้านบาท และ CKP จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นที่ต้องเพิ่มทุนให้แก่ XPCL จนกว่าการก่อสร้างโครงการเขื่อนไซยะบุรีจะแล้วเสร็จ

ทริส เรทติ้ง คาดว่ารายได้ของ CK น่าจะอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท/ปี ในปี 2558-2560 อัตราส่วนกำไรในปี 2558-2560 คาดว่าจะสูงกว่า 7% โดยเฉลี่ย ทั้งนี้เครดิตที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ต้นทุนทางการเงินของ CK ลดลง

ขณะที่เงินทุนจากการดำเนินงานของบริษัทคาดว่าจะอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 2,500 ล้านบาท/ปี ซึ่งน่าจะเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท/ปี และเงินปันผลประมาณ 300-500 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม งวดปี 2557 บริษัทกำไรลดลง 70% จากปี 2556 เหลือเพียง 2,296 ล้านบาท เนื่องจากโครงการสาธารณูปโภคล่าช้าทำให้รายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง ขายวัสดุก่อสร้างและรายได้จากค่าบริหารโครงการเติบโตเพียง 0.59% เป็น 3.3 หมื่นล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยที่ 9.26% ลดลงจากปี 2556 ที่อยู่ที่ 10.54% โดยกำไรที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากการขายเงินลงทุน

ณรงค์ ทัศนนิพันธ์ ประธานกรรมการ บริษัท ซีฟโก้ (SEAFCO) กล่าวว่า ปี 2558 จะเป็นปีที่ดีของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและธุรกิจเสาเข็มที่จะเป็นด่านแรกของงานก่อสร้างภายหลังจากรัฐบาลมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องและชัดเจน ซึ่งขณะนี้ก็เริ่มเห็นงานของภาครัฐออกมาแล้ว เชื่อว่าการทำธุรกิจในปี 2558 จะเป็นปีที่ดี รวมถึงการขยายโอกาสการออกไปลงทุนในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ก็เป็นโอกาสที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้

"ปี 2558 เราตั้งเป้ารายได้จะเติบโตจากปี 2557 ประมาณ 15% ซึ่งเป็นการเติบโตจากฐานธุรกิจที่ใหญ่มากขึ้น โดยในปี 2557 ถือว่าเป็นปีที่ดีมากของบริษัท เพราะเพียงช่วง 9 เดือนแรกก็สามารถทำรายได้ได้ทะลุเป้าหมายของทั้งปีไปแล้ว จะเติบโต 25-30% จากเดิมที่มองว่าจะโต 15-20%"

นอกจากนี้ การออกไปรับงานในพม่าก็ประสบความสำเร็จและมีงานใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยบวกเหล่านี้จะสนับสนุนให้ธุรกิจของบริษัทในอนาคตจะเติบโตได้อย่างมั่นคง

ปี 2557 SEAFCO มีกำไรสุทธิ 211 ล้านบาท หรือหุ้นละ 0.72 บาท เพิ่มขึ้น 50% จากปี  2556 เนื่องมาจากรายได้จากการรับจ้างเพิ่มขึ้น 44% เป็น 1,887 ล้านบาท เนื่องจากการส่งมอบงานได้เร็วขึ้นและมีการรับงานต่างประเทศ ต้นทุนการรับจ้าง 1,498 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 29% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 38 ล้านบาท ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น

เหมาะลงทุนยาว

แม้กระบวนการประมูลโครงการของภาครัฐจะล่าช้า แต่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต คาดจะมีการประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี  2558 เป็นต้นไป และการลงทุนจริงเริ่มในปี 2559

นอกจากนี้ รัฐบาลยังตั้งงบใช้จ่ายลงทุนที่สูงขึ้น 21% ในปี 2559  เป็น 5.44 แสนล้านบาท ในปีนี้โครงการรถไฟฟ้า 3 สาย รถไฟทางคู่ 2 สาย และ 1 ทางหลวง ด้วยมูลค่ารวมเท่ากับ  3.15 แสนล้านบาท โดยมีกําหนดจะเปิดประมูล ขณะที่โครงการอื่นๆ ที่อาจจะเปิดประมูลได้แก่โครงการสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 (6.2 หมื่นล้านบาท) และรถไฟความเร็วปานกลาง  (3.93 แสนล้านบาท)

ดังนั้น จึงเชื่อว่าการซื้อขายมูลค่าที่สูงของกลุ่มนั้นเหมาะสม และคงน้ำหนักลงทุนเป็นมากกว่าตลาดสำหรับกลุ่มที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน

ทั้งนี้ แม้ว่าปีนี้ บล.ธนชาต จะปรับประมาณการกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคลงเพราะความล่าช้าของโครงการ แต่จะปรับเพิ่มตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป

สำหรับราคาเป้าหมายของหุ้น บริษัท ช.การช่าง (CK) จะเป็น 35 บาท/หุ้น (จาก 31 บาท) ในปี 2560 และ 15 บาท/หุ้น (จาก 14 บาท) สําหรับบริษัท ซีฟโก้ (SEAFCO) และปรับลดราคาเป้าหมายของบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) ลงเป็น 29 บาท/หุ้น (จาก 30 บาท) เนื่องจากปรับลดสมมติฐานอัตรากาํไรขั้นต้นลงเป็น  9.4-9.7% (จาก 9.7-9.8%) เพราะมีผลขาดทุนจากโครงการสนามบินภูเก็ตและอาคารรัฐสภาใหม่

บล.ธนชาต ยังคงคําแนะนํา “ซื้อ” หุ้นทั้งสามตัวคือ CK ที่มีมุมมองเป็นบวกมากขึ้น เนื่องจากเป็นเพียงบริษัทเดียวในประเทศไทย ซึ่งกําลังได้ประโยชน์จากทั้งการรับเหมาก่อสร้าง ก่อสร้างและธุรกิจการดําเนินงานโครงการ ในปีนี้ CK มีงานในมือรองรับรายได้แล้ว มูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท สําหรับโครงการน้ำบาก และมีโอกาสสูงที่จะชนะประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (1.15 แสนล้านบาท) เนื่องจาก CK เป็นหนึ่งในสองผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีประสบการณ์ในการสร้างโครงการรถไฟใต้ดิน และสัญญาระบบไฟฟ้าและเครื่องกล (E&M) สําหรับ โครงการส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน เนื่องจากนโยบายของภาครัฐที่จะเจรจาโดยตรงกับบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ CK ให้บริหารการเดินรถไฟฟ้า

นอกจากนี้ ยังคงชอบ SEAFCO ผู้รับเหมาเจาะเสาเข็มรายใหญที่สุด เนื่องจากเป็นทางเลือกที่ถูกกว่าด้วยมี 4 ปัจจัย ผลักดันที่สำคัญ คือ จะมีงานเสาเข็มขนาดใหญ่ไม่เพียงแต่จะมาจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่เป็นงานจากโครงการอาคารสูงอีกด้วย  การแข่งขันที่รุนแรงน้อยลง ด้วยผู้รับเหมา เจาะเสาเข็มมีงานล้นมือ ซึ่งช่วยผลักดันอัตรากําไรขั้นต้น  มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ต่ำ แต่ให้อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (อาร์โออี)  สูงที่ 25-29% ในปี 2558-2559 และซื้อขายที่มูลค่าที่น่าสนใจด้วย ซื้อขายที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) ที่ 10-14 เท่า ในปี 2558-2559

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท