
CENTELกำไรไตรมาส4พุ่ง51%
CENTEL ไตรมาส 4 ปี 2557 กำไรพุ่ง 51% การเมืองยังฉุดกำไรทั้งปีลดลง 12% ปันผลเท่าปี 2556 ที่ 0.40 บาท
CENTEL ไตรมาส 4 ปี 2557 กำไรพุ่ง 51% การเมืองยังฉุดกำไรทั้งปีลดลง 12% ปันผลเท่าปี 2556 ที่ 0.40 บาท
นายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) เปิดเผยว่า ไตรมาส 4/2557 บริษัทมีกำไรสุทธิ 477 ล้านบาท เติบโต 51.5% จากไตรมาส 4/2556 เนื่องมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตลอดจนผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่องของโรงแรมในมัลดีฟส์ ที่สร้างรายได้ 19% ของธุรกิจโรงแรม จากอัตราการเข้าพัก 90.4% เพิ่มขึ้น 3.8% หรือ 3.2% ทำให้มีรายได้รวมจากธุรกิจโรงแรม 2,386.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% ส่วนธุรกิจอาหารมีรายได้รวม 2,563.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% จากไตรมาส 4/2556
ไตรมาส 4/2557 บริษัทมีรายได้รวม 4,950.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 สัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรมคิดเป็น 48.2% ส่วนรายได้จากธุรกิจอาหารคิดเป็น 51.8% (ไตรมาส 4/2556 เท่ากับ 48.8:51.2%)
บริษัทมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ค่าเสื่อมราคา และภาษี (อีบิตดา) จำนวน 1,043.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา
สำหรับปี 2557 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,188.5 ล้านบาท ลดลง 11.7% จากปี 2556 จากรายได้ 18,282.8 ล้านบาท เติบโต 4.7% จากปี 2556 โดยสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรมคิดเป็น 45.5% ธุรกิจอาหารคิดเป็น 54.5% จากปี 2556 เท่ากับ 47.4:52.6% ตามลำดับ
บริษัทมีอีบิตดาจำนวน 3,572.8 ล้านบาท ลดลง 223.7 ล้านบาท หรือ 5.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนในปี 2557
กำไรปี 2557ของ CENTEL แม้ว่าจะลดลง แต่ดีกว่าที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) คาดไว้ว่าจะลดลงถึง 18% โดยคาดว่าจะมีกำไรสุทธิเพียง 1,081.3 ล้านบาท
ธุรกิจโรงแรมนับได้ว่าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองอย่างชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 4/2556 จนถึงไตรมาส 2/2557 ทำให้ปี 2557 มีอัตราการเช่าพักโดยรวม 74.8% ลดลง 6.3%
หรือ 5% จุด และมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของโรงแรมทั้งหมด 3,632 บาท เพิ่มขึ้น 4.2% (ปี 2556:3,486 บาท) ทำให้มีรายได้รวมจากธุรกิจโรงแรม 8,402 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 1.4%
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในกรุงเทพฯ โรงแรมในต่างจังหวัด และผลการดำเนินงานที่ดีของโรงแรม 2 แห่งในมัลดีฟส์ ทำรายได้คิดเป็นสัดส่วน 21% ของรายได้จากธุรกิจโรงแรม (ปี 2556:16%) ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองได้พอสมควร โดยรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของโรงแรมในมัลดีฟส์ได้เพิ่มขึ้น 21.3% จากปี 2556
ด้านธุรกิจอาหาร ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2557 ทำให้มีรายได้รวมจากธุรกิจอาหารทั้งปี 9,967.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% จากปีที่ผ่านมา และ ณ สิ้นปี 2557 มีจำนวนสาขาร้านอาหารทั้งสิ้น 781 สาขา แบ่งเป็นสาขาในเขตกรุงเทพฯ 331 สาขา และในต่างจังหวัด 450 สาขา คิดเป็นสัดส่วน 42.4% และ 57.6% ตามลำดับ (ปี 2556: 44.4%:55.6%)
คณะกรรมการบริษัทได้มีมติให้จ่ายเงินปันผล โดยให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.40 บาท เท่าปี 2556 หรือ 45.4% ของกำไรบริษัท
สำหรับปี 2558 บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะผลักดันและพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องอีกปีหนึ่ง และยังมั่นใจว่าสถานการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาจะปรับตัวไปทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ประมาณการจำนวนนักเที่ยวจากต่างประเทศที่จะเดินทางเข้ามาประเทศไทย 29 ล้านคน เพิ่มขึ้น 17% จากปี 2557 นับได้ว่าเป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนธุรกิจโรงแรม ในขณะเดียวกันการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2558 โดยเฉลี่ยอยู่ในช่วง 3-4% นับได้ว่าเป็นส่วนที่จะผลักดันให้ธุรกิจอาหารด้วย







