
หาจังหวะเลือกซื้อหุ้นช่วงย่อ
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 9,521 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าตลาดหุ้นไทยแพงเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นอื่น แถมผลประกอบการของ บจ.เสี่ยงที่จะขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นไปอย่างเชื่องช้า
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 9,521 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าตลาดหุ้นไทยแพงเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นอื่น แถมผลประกอบการของ บจ.เสี่ยงที่จะขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นไปอย่างเชื่องช้า
ค่าพีอีของตลาดหุ้นไทยที่ใช้ประมาณการกำไรปี 2558 อยู่ที่ราว 15 เท่าเศษ เทียบกับของตลาดหุ้นเอเชียที่ไม่รวมญี่ปุ่นอยู่ที่ราว 12 เท่าเศษ ช่องว่างนี้ถ่างออกจากกันในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอาเซียน
อย่างไรก็ดี ผมคิดว่าโครงสร้างตลาดหุ้นไทยที่เปลี่ยนแปลงไปมากในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา น่าจะช่วยหนุนให้ค่าพีอีตลาดหุ้นสูงขึ้นกว่าในอดีตมาก ดังนี้
ประการแรก กำไรของ บจ.มีแนวโน้มโตเฉลี่ยใกล้ 15% ต่อปี ในช่วงหลายปีข้างหน้า
ประการที่ 2 กำไร บจ.มีคุณภาพดีขึ้น ไม่เหวี่ยงแรงไปมา อัตราส่วนกำไรต่อส่วนผู้ถือหุ้น หรือ ROE จึงไต่สูงขึ้นเป็นลำดับ
ประการที่ 3 สัดส่วนมาร์เก็ตแคปของหุ้นเติบโตสูง หรือหุ้นที่ให้ ROE สูง ไต่เพิ่มขึ้น สวนทางกับของหุ้นวัฏจักรที่มีบทบาทลดลง
มาร์เก็ตแคปของหุ้นพลังงานและปิโตรเคมีเคยมีสัดส่วนสูงถึง 39% ของตลาดหุ้นไทยเมื่อสิ้นปี 2007 ลดเหลือ 21% เมื่อสิ้นปี 2014 หุ้นโภคภัณฑ์ ผลประกอบการเหวี่ยงแรงตามวัฏจักรอุตสาหกรรม และมีความไม่แน่นอนสูง จึงมักเทรดที่ค่าพีอีต่ำ เมื่อสัดส่วนของหุ้นกลุ่มนี้ลดลง ค่าพีอีตลาดจึงควรไต่สูงขึ้น
ในทางตรงกันข้าม มาร์เก็ตแคปของหุ้นที่อิงการบริโภคในประเทศมีบทบาทต่อตลาดหุ้นไทยสูงขึ้นมาก จาก 19% ของตลาดหุ้นไทยเมื่อสิ้นปี 2007 กลายเป็น 33% เมื่อสิ้นปี 2014
หุ้นที่อิงการบริโภคได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เช่น การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเป็นแบบคนเมือง คนชั้นกลางเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็นลำดับ สังคมไทยกำลังเดินเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย กระแสโลกาภิวัตน์ ฯลฯ
การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเหล่านี้ ช่วยหนุนความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจที่อิงการบริโภค เช่น หุ้นโมเดิร์นเทรด หุ้นโรงพยาบาล หุ้นท่องเที่ยว หุ้นมือถือ หุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น
การปรับฐานของตลาดหุ้นไทยอาจเกิดช่วงสั้น โดยมีแนวรับอยู่ที่ 1,580 และ 1,560 จุด ตามลำดับ
ในระยะถัดไปการอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี) ระลอกใหม่ของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในเดือน มี.ค.นี้ เมื่อผนวกกับการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมของหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่นและจีน ขณะที่เฟดส่งสัญญาณไม่เร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนกลางปีนี้ สภาพคล่องในระบบการเงินโลกจึงอยู่ในระดับสูงต่อไป ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลก
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเป็นเงินกู้-เงินฝาก 0.25% มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2558 นับเป็นการปรับลดเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
แม้ตลาดอาจเสี่ยงปรับฐานบ้าง แต่ยังคงมีหุ้นที่สามารถเลือกลงทุนได้ สภาพคล่องที่อยู่ในระดับสูง และจะเพิ่มขึ้นอีกจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสำคัญ จะช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นแกว่งขึ้น แนะหาจังหวะทยอยซื้อช่วงย่อหุ้นดังต่อไปนี้ AOT BEAUTY BLA CK KBANK KTB QH SAPPE STEC TUF RS SAWAD SEAFCO รวมถึงหุ้นปันผลสูงอย่าง ADVANC INTUCH BTS (โปรดศึกษาเพิ่มเติมจากบทวิเคราะห์)
พบกันใหม่โอกาสหน้าครับ







