
‘ฟีนิกซ์-เดลต้า-คน’ หนุนโตไปไกล
บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) อดีตบริษัทที่มีมูลหนี้สูงที่สุดในประเทศไทยเมื่อวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 หลังใช้เวลาปรับโครงสร้างหนี้ จบคดีความกับกลุ่มเจ้าของเดิม กลับมาเป็นหุ้นฟื้นตัว และกำลังจะเป็นหุ้นเติบโตสูง เพราะใช้วิกฤตที่ขาดทุนมานาน มองหาโอกาสด้วยกลยุทธ์การลงทุนตามโครงการฟีนิกซ์และเดลต้า ที่ทยอยเพิ่มประสิทธิภาพพร้อมผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าที่สูงตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และยิ่งเห็นผลชัดเจนหลังจากราคาน้ำมันดิบร่วงแรง
บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) อดีตบริษัทที่มีมูลหนี้สูงที่สุดในประเทศไทยเมื่อวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 หลังใช้เวลาปรับโครงสร้างหนี้ จบคดีความกับกลุ่มเจ้าของเดิม กลับมาเป็นหุ้นฟื้นตัว และกำลังจะเป็นหุ้นเติบโตสูง เพราะใช้วิกฤตที่ขาดทุนมานาน มองหาโอกาสด้วยกลยุทธ์การลงทุนตามโครงการฟีนิกซ์และเดลต้า ที่ทยอยเพิ่มประสิทธิภาพพร้อมผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าที่สูงตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และยิ่งเห็นผลชัดเจนหลังจากราคาน้ำมันดิบร่วงแรง
สุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ IRPC กล่าวว่า IRPC จะกลับมาเป็นบริษัทที่จะฟื้นกลับมาได้อย่างแข็งแกร่งหลังจากราคาน้ำมันปรับตัวลดลงต่ำกว่า 100 เหรียญสหรัฐ โดยคาดว่าปีนี้กรอบราคาจะอยู่ที่ 50-70 เหรียญสหรัฐ ซึ่ง IRPC ได้รับอานิสงส์ชัดเจนจากราคาน้ำมันลดลงเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา เพราะก่อนหน้านั้นแม้ว่าจะลงทุนตามโครงการฟีนิกซ์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต รวมถึงปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆ ให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่สามารถแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น แต่ก็ไม่สามารถเห็นผลกำไรได้ เพราะราคาน้ำมันที่แพงกว่า 100 เหรียญสหรัฐ คือความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัท เนื่องจากสายการผลิตที่ยาวหมดไปกับต้นทุนการผลิตของน้ำมัน แต่เมื่อราคาลดลงก็เห็นชัดเจนว่า สิ่งที่ลงทุนไปสามารถสร้างผลกำไรที่ดีได้
ช่วงราคาน้ำมันดิบ 100 เหรียญสหรัฐ ผลิตได้ประมาณ 93% ซึ่งอีก 6% กว่าจะหายไป แต่เมื่อราคาน้ำมันดิบลงมาเหลือ 50 เหรียญสหรัฐ ก็จะทำให้ต้นทุนลดลงมา 50% หรือจากเดิมต้นทุนอยู่ที่ 6 เหรียญสหรัฐ ก็จะเหลือ 3 เหรียญสหรัฐ ผลของน้ำมันดิบที่ลดลงทำให้การลงทุนตามโครงการฟีนิกซ์เห็นประโยชน์ขึ้นมาทันที
นอกจากนั้น ราคาน้ำมันเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา ปิดที่ 53 เหรียญสหรัฐ ทำให้บริษัทขาดทุนสต๊อกน้ำมันมาก แต่ในปี 2558 จะไม่ขาดทุนสต๊อกน้ำมันอีก เพราะขณะนี้ IRPC กำลังศึกษาที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน
“บริษัทตระหนักดีว่าพลังงานคือต้นทุนสำคัญในการผลิต ถ้าหากสามารถปรับปรุงได้ก็เชื่อว่าจะสามารถต้านทานและรองรับความเสี่ยงได้ แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะผงกหัวกลับขึ้นมาก็ตาม เราต้องหาทางปิดความเสี่ยงเรื่องราคาน้ำมันให้ได้ เพราะเห็นแล้วว่าราคาน้ำมันดิบที่ยืนเหนือ 100 เหรียญสหรัฐ คือความเสี่ยงในการทำธุรกิจ”
สุกฤตย์ กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณว่าราคาจะพลิกฟื้นขึ้นมาในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งประเมินกันว่าน่าจะอยู่ในช่วง 50-70 เหรียญสหรัฐ เพราะในช่วงเดือน ก.พ. เริ่มเห็นสัญญาณของพวกเทรดเดอร์ที่เริ่มซื้อน้ำมันเก็บไว้ในเรือและลอยลำกลางทะเล ซึ่งปัจจุบันเก็บซื้อน้ำมันแล้วประมาณ 80 ล้านบาร์เรล น้ำมันส่วนนี้จะถูกนำมาขายเมื่อราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น สถานการณ์อย่างนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปีที่ราคาน้ำมันดิ่งลงมาที่ระดับ 40 เหรียญสหรัฐ หรือเมื่อปี 2552-2553 ซึ่งมีการเก็บน้ำมันในเรือประมาณ 100 ล้านลิตร และการเก็บน้ำมันก็เหมือนการนำน้ำมันส่วนเกินออกจากระบบ และเชื่อว่าจะเห็นน้ำมันผงกขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังแต่รับได้แล้ว
นอกจากนั้นการลงทุนโครงการฟีนิกซ์และเดลต้าจะทำให้บริษัทสามารถรองรับราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นได้ ตามแผนจะเพิ่มกำลังผลิตโพรพิลีนหรือโครงการ UHV เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะเพิ่มกำลังผลิตจาก 1.6 แสนตัน เป็น 7.7 แสนตัน/ปี และโรงกลั่นที่มีการปรับปรุงแล้วเสร็จและการปรับปรุงในเรื่องของปิโตรเคมีแล้วเสร็จสมบูรณ์
“เราลงทุนโครงการฟีนิกซ์เดลต้า เปรียบเสมือนซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ปีนี้จะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของคน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจ เรามีพนักงานถึง 5,000 คน แต่ไม่มากเกินไป จะทำอย่างไรให้ทุกคนทำงานอย่างประสิทธิภาพมากขึ้น ปีนี้จะเป็นปีแรกที่จ่ายปันผลแก่ผู้บริหารตามผลงาน ไม่ใช่จ่ายเท่ากันทุกคน”
ธุรกิจมีการฟื้นตัวอย่างชัดเจนจบคดีความผู้ถือหุ้นเดิม IRPC ก็เริ่มได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศ และมีบริษัทหลักทรัพย์ชวนบริษัทออกไปร่วมนำเสนอข้อมูลกับนักลงทุนในต่างประเทศ หลังจากที่บริษัทไม่ได้ออกไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) มานานหลายปี ที่สำคัญบริษัทมีบริษัท ปตท. (PTT) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ก็จะได้รับการสนับสนุนที่สำคัญด้วยที่ทำให้ IRPC ก้าวเดินอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง
บริษัทคาดหวังว่าจะมีอัตราผลตอบแทนของกิจการ (ROIC) อยู่ในระดับ 13-14% ในปี 2563 โดยจะต้องมีกำไรให้สมดุลกับมูลค่าของสินทรัพย์ ซึ่งเคยประมาณการกำไรไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาท สินทรัพย์ 1.5 แสนล้านบาท แต่ตอนนี้เรามีสินทรัพย์ถึง 1.6 แสนล้านบาทแล้ว
เชื่อว่าการเดินหน้าอย่างแข็งแกร่งของ IRPC จะบรรลุวิสัยทัศน์ “บริษัทปิโตรเคมีชั้นนำของเอเชีย ภายในปี 2563







