
รู้...ก่อนลงทุน
ผมได้ปูพื้นเกี่ยวกับแนวคิดการเข้าไปลงทุนในกัมพูชาให้ผู้อ่านมาระยะหนึ่ง จากการเตือนให้รู้เขา รู้เรา เตือนให้สนใจเรื่องที่ดิน และเสนอว่าเราต้องเข้าไปดูด้วยตา จึงจะรู้ว่าโอกาสการทำธุรกิจ การลงทุนอยู่ที่ไหน
ผมได้ปูพื้นเกี่ยวกับแนวคิดการเข้าไปลงทุนในกัมพูชาให้ผู้อ่านมาระยะหนึ่ง จากการเตือนให้รู้เขา รู้เรา เตือนให้สนใจเรื่องที่ดิน และเสนอว่าเราต้องเข้าไปดูด้วยตา จึงจะรู้ว่าโอกาสการทำธุรกิจ การลงทุนอยู่ที่ไหน
ถึงตอนนี้ผมอยากนำเสนอเรื่องที่คิดว่าผู้อ่านต้องทำความเข้าใจในการเข้าไปลงทุนในกัมพูชา เพื่อจะได้มีฐานข้อมูลเบื้องต้นประกอบการพิจารณา
รัฐบาลกัมพูชาได้ออกกฎหมายส่งเสริมการลงทุน เหมือนบีโอไอของไทยที่จะให้สิทธิประโยชน์และความมั่นคงแก่นักลงทุนที่จะถือครองสิทธิในทรัพย์สินต่างๆ ยกเว้นกรรมสิทธิ์ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ เพราะผู้ถือครองได้ต้องเป็นคนสัญชาติกัมพูชาเท่านั้น คนต่างด้าวจะต้องเช่าหรือขอสัมปทานอย่างเดียว
กฎหมายดังกล่าวเป็นการให้หลักประกันจากรัฐบาลว่า ผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจะได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมกับคนในชาติ และจะไม่ถูกบังคับจากนโยบายกำหนดราคาสินค้าและบริการ และสามารถซื้อ โอนเงินตราต่างประเทศได้เต็มที่เพื่อชำระสินค้าหรือจ่ายกำไร
ทั้งนี้ คณะกรรมการเพื่อการพัฒนากัมพูชา (Council for the Development of Cambodia : CDC) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี ฮุนเซน เป็นประธาน จะเป็นผู้พิจารณาในระดับนโยบายเกี่ยวกับการให้การส่งเสริมการลงทุน และการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยมีคณะทำงานที่เรียกว่า The Cambodian Investment Board : CIB ทำหน้าที่กลั่นกรองข้อเสนอขอรับการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน ในลักษณะเป็น One Stop Service กล่าวคือ จะตอบรับหรือปฏิเสธการให้ความเห็นชอบในหลักการภายใน 3 วันทำการ และจะพิจารณาให้การส่งเสริมภายใน 28 วัน หากเอกสารสมบูรณ์ และให้ถือวันที่ CDC ออกเอกสารรับรอง Final Registration Certificate เป็นวันเริ่มต้นของการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์
ยกเว้นภาษีเงินได้เป็นระยะเวลา Trigger Period + 3 + Priority Period ซึ่งหมายถึงปีแรกที่มีกำไร หรือ 3 ปีหลังจากที่การลงทุนมีรายรับ แล้วแต่ว่าอย่างไหนจะถึงก่อน
ลดอัตราภาษีเงินได้เหลือ 9% อีกระยะเวลาหนึ่งหลังจากการยกเว้นภาษี
ยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์และวัสดุก่อสร้าง
ยกเว้นอากรนำเข้าวัตถุดิบ สินค้ากึ่งสำเร็จรูปและส่วนประกอบสำหรับโครงการผลิตเพื่อส่งออก
อนุญาตให้นำที่ดินที่ได้รับสัมปทานจากรัฐหรือเช่าจากเอกชนไปเป็นหลักประกันเงินกู้ได้
สามารถซื้อและส่งออกเงินตรากลับประเทศได้ทั้งระหว่างและหลังเลิกโครงการ







