
หากตอบได้ว่าเป็นหนี้เพราะอะไร ก็จะเจอคำตอบ
ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ผมมีโอกาสเข้าไปอ่านคำถามและคำขอความช่วยเหลือเรื่องหนี้ในโลกออนไลน์ที่มีอยู่มากมาย
โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ผมมีโอกาสเข้าไปอ่านคำถามและคำขอความช่วยเหลือเรื่องหนี้ในโลกออนไลน์ที่มีอยู่มากมาย ผมขอนำบางตัวอย่างที่น่าสนใจยกป็นกรณีศึกษาดังนี้ คือ มีลูกหนี้ท่านหนึ่งเขียนบรรยายความเป็นหนี้ของตัวเอง ดังนี้
หนี้บัตรเครดิตธนาคารต่างประเทศวงเงิน 8.5 หมื่นบาท บัตรเบิกเงินสด 1 ใบ วงเงิน 2.6 หมื่นบาท ค้างเป็นงวดที่ 2 ยังไม่เคยประนอมหนี้
บัตรเครดิตใบที่สาม วงเงิน 4.5 หมื่นบาท กำลังจะค้างเป็นงวดที่ 2 ยังไม่เคยประนอมหนี้
บัตรเครดิตใบที่สี่ วงเงิน 3 หมื่นบาท บัตรเบิกเงินสด 1 ใบ วงเงิน 3 หมื่นบาท กำลังจะค้างเป็นงวดที่ 2 ยังไม่เคยประนอมหนี้
บัตรเครดิตของนันแบงก์ใบที่ห้า วงเงิน 1.5 หมื่นบาท สินเชื่อเงินกู้ 3.6 หมื่นบาท ค้าง 1 งวด ยังไม่เคยประนอมหนี้
บัตรกดเงินสดของนันแบงก์ใบที่หก วงเงิน 8.2 หมื่นบาท กำลังจะค้าง 1 งวด ยังไม่เคยประนอมหนี้
บัตรกดเงินสดของบริษัทในเครือธนาคารใบที่เจ็ด วงเงิน 3 หมื่นบาท ยังไม่ค้าง ยังไม่เคยประนอมหนี้
สินเชื่อส่วนบุคคล วงเงิน 4 หมื่นบาท ค้างชำระ 1 งวด ยังไม่เคยประนอมหนี้
สินเชื่อโอนหนี้ 3.4 หมื่นบาท ค้างชำระ 1 งวด ยังไม่เคยประนอมหนี้
เบื่อพวกทวงหนี้มากๆ ไม่ใช่อยากจะค้างชำระ แต่ตอนนี้ยังไม่มีจะให้ ช่วงนี้หมุนเงินไม่ทันจริงๆ กิจการก็เจ๊งยังมาเจอพิษเศรษฐกิจอีก โทรเข้ามือถือไม่ว่า โทรเข้าบริษัทอีก ทีนี้แหละจะโดนไล่ออกกันก็คราวนี้ ถ้าโดนไล่ออกแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ รู้ว่าเป็นหนี้ก็ต้องใช้ ไม่คิดโกง อยากขอคำชี้แนะด้วยค่ะ พอจะมีวิธีไหนให้ฟ้องเร็วๆ อยากจะจ้างทนาย ขอทราบค่าใช้จ่าย ถ้าไม่แพงมากก็อยากจะทำ
ผมได้อ่านคำถามของท่านผู้นี้แล้วสะท้อนใจเป็นอย่างยิ่ง จากข้อมูลน่าจะประมาณได้ว่าเป็นคนที่ทำงานกินเงินเดือนในบริษัทแต่ทำธุรกิจไปด้วย แล้วใช้เงินจากบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อบุคคลมาหมุน อยากเรียนว่ามันมีต้นทุนดอกเบี้ยครับ ถ้าบัตรเครดิตก็ 20% ถ้าสินเชื่อบุคคลก็ 28% ไม่นับว่าเกิดกรณีผิดนัดชำระหนี้ มีเบี้ยปรับ มีค่าติดตามทวงถามหนี้อีกพอสมควร การจะแก้ไขหนี้ต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มว่า
เอาหนี้ที่ก่อไปทำอะไรบ้าง ไปลงทุนทำอะไรไว้บ้าง ตอนนี้ที่ลงทุนไปมีอะไรเหลือบ้าง
รู้ไหมว่าต้องเสียดอกเบี้ย 20-28% แล้วที่ทำอยู่กำไรเท่าไร
จ้างคนไปดูแลธุรกิจหรือทำเอง ถ้าทำเองไม่ถือว่าโกงเวลาที่บริษัทที่ตัวเองทำหรือ แล้วเคยไปติดตามดูแล ไปตรวจบัญชีรับ-จ่ายที่ลูกจ้าง (ที่เราจ้างไว้-ถ้ามี) หรือไม่
เคยทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของตัวเองหรือเปล่า ว่าเดือนๆ นั้นใช้จ่ายไปกับเรื่องอะไรบ้าง อันไหนควรจ่ายอันไหนไม่ควรจ่าย ใช้ชีวิตอย่างไร ใช้เงินกับการดำรงชีวิตอย่างไร ทานเหล้า สูบบุหรี่หรือไม่ เป็นต้น
การร้องขอให้ใครเขาช่วยคิด ช่วยแก้ไขหนี้ โดยเริ่มจากการจ้างทนายไปพูดเรื่องกฎหมายแค่คิดก็ผิดแล้ว เราต้องยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเองก่อน ต้องเดินหน้าไปคุยกับเจ้าหนี้เอง ต้องกล้าครับ ตอนกู้ยังกล้า ตอนประนอมหนี้ก็ต้องกล้าครับ ใช้ความรู้สึกเดียวกับที่จะได้เงินนั่นแหละ เขาเรียกว่า กล้าทำกล้ารับผิดชอบ จากนั้นรวบรวมสติและข้อมูลว่า หากเรามีรายรับ-รายจ่ายแล้วเหลือสุทธิเท่าใด หากทานเหล้าให้งดเหล้า หากสูบบุหรี่ให้เลิกบุหรี่ หากชอบคาราโอเกะให้เลิกให้หมด เหลือเท่าไหร่ คือตัวที่จะเอาไปคุยกับเจ้าหนี้ ทุกปัญหาล้วนมีทางออก เราก่อเราต้องแก้ ไปจ้างเขามาแก้ ท้ายสุดนิสัยไม่เปลี่ยน รับรองได้ว่าจะมีเจ้าหนี้เพิ่มอีกหนึ่งรายคือทนายที่เราไปจ้างเขามานั่นเอง...ขอให้โชคดีครับ







