
กาแฟดอยช้าง คอฟฟี่ชาวเขาเพื่อคนดอย
จากจุดเริ่มต้นของไร่กาแฟเพียง 1 ไร่ ผ่านความยากลำบากนานัปการ จนถึงวันนี้กว่า 12 ปี
โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์
จากจุดเริ่มต้นของไร่กาแฟเพียง 1 ไร่ ผ่านความยากลำบากนานัปการ จนถึงวันนี้กว่า 12 ปี กาแฟดอยช้างสามารถยืนหยัดสร้างชื่อผงาดในตลาดโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ มีบริษัทร่วมทุนในประเทศแคนาดา มีแฟรนไชส์ในหลายประเทศและจะเริ่มรุกขยายแฟรนไชส์ในไทยอย่างจริงจังนับแต่นี้ไป
แต่สิ่งสำคัญและน่าสนใจของกาแฟดอยช้าง คือ จุดก่อเกิดดอยช้าง คอฟฟี่ ออริจินอล ที่เกิดขึ้น เพราะต้องการเข้ามาช่วยชาวไทยภูเขา ผู้ปลูกกาแฟบนดอยช้าง แต่ไม่สามารถขายได้
ที่สำคัญคือ กาแฟอราบิกาของดอยช้าง เป็นพันธุ์กาแฟที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ให้เป็นพืชเศรษฐกิจให้ชาวเขา ทดลองปลูกแทนฝิ่น และลดการแผ้วถางป่า ในปี 2526 ซึ่งชาวบ้านได้ทดลองปลูกกันจริงจัง 40 ราย เพื่อนำร่องแต่ปัญหาคือปลูกแล้วขายไม่ได้
"เราเป็นชาวอาข่าไม่มีสัญชาติไทย ไม่มีบัตรประชาชน ไปไหนไม่ได้ ลงไปในเมืองลำบาก เราขายกาแฟไม่ได้ โดยกดราคา ต้องตัดทิ้ง มันก็แตกกิ่งออกมา มีผลผลิต เราก็คิดว่าพระองค์ท่านนำมาให้เกษตรกรปลูก เลยปรึกษากับ อาบ๊อ และ พิษณุชัย ว่าจะทำอย่างไรให้ขายได้" อาเดล หรือ ปณชัย พิสัยเลิศ (แซ่คู่) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดอยช้าง คอฟฟี่ ออริจินอล เล่า
ดังนั้น จุดเริ่มต้นของกาแฟดอยช้าง คอฟฟี่ ออริจินัล จึงเกิดขึ้นเพื่อช่วยชาวเขาผู้ปลูกกาแฟโดยต้องการเพียงแค่ปลูกมาแล้วขายได้ ไม่โดยกดราคา และให้ชาวเขาผู้ปลูกไร่กาแฟมีอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้โดยไม่ต้องหันกลับไปปลูกฝิ่นหรือทำไร่เลื่อนลอย โดยวางวัตถุประสงค์ว่าทำอย่างไรให้กาแฟที่ปลูกมาขายได้ในราคาชอบธรรม มีตลาด และเป็นที่ยอมรับ
จากจุดเริ่มต้นของผู้ร่วมก่อตั้ง 3 คน คือ วิชา พนมยงค์ บุคคลจากพื้นราบ ผู้ที่ชาวอาข่าเรียกขานว่า อาบ๊อ และให้ความเคารพจากการทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อกาแฟดอยช้างและชาวอาข่า, อาเดลซึ่งขณะนั้นเป็นผู้ใหญ่บ้านดอยช้าง และ พิษณุชัย แก้วพิชัย ผู้ให้คำปรึกษาและทำแผนงานมาตั้งแต่แรก ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษา
"กาแฟดอยช้าง เราไม่ได้มองว่าเป็นกาแฟ แต่มองว่าคือการอยู่ร่วมกัน เราเป็นศูนย์กลางรับเมล็ดกาแฟเชอร์รี่มาเข้ากระบวนการ และรับภาระการดำเนินงานแทนเกษตรกร ไปจนถึงมือผู้บริโภค" พิษณุชัย กล่าวเสริม
ก้าวแรกของกาแฟดอยช้าง คือ การศึกษาเรื่องกาแฟอย่างจริงจัง ตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงการผลิต เปรียบเทียบกับขั้นตอนการปฏิบัติของแหล่งกาแฟดีๆ ในโลก และโชคดีที่พื้นที่บนดอยช้างมีองค์ประกอบที่ดีทุกอย่างในการปลูกกาแฟอาราบิกา จนกระทั่งได้รางวัลและใบรับประกันรับรองมามากมาย ซึ่งอาเดลบอกอย่างภาคภูมิใจว่า ใบรับรองกาแฟระดับโลกที่มีทุกใบในโลกนี้ กาแฟดอยช้างได้มาหมดแล้ว และยังได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ในสหภาพยุโรป (อียู) อีกด้วย
"กาแฟที่ดีของโลก ต้องมีองค์ประกอบของการเป็นกาแฟที่ดี ดินดี อากาศดี คนดี ใส่ใจทุกฤดูการผลิตให้ได้คุณภาพคงที่ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความท้าทายของเราในทุกวัน" อาเดล กล่าว
จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการทำเพื่อชาวไทยภูเขาบนดอยช้าง จนถึงวันนี้แม้กาแฟดอยช้างจะประสบความสำเร็จเกินคาดหมาย แต่วัตถุประสงค์เดิมยังไม่เปลี่ยน เห็นได้จากการจัดตั้งมูลนิธิกาแฟดอยช้างขึ้นปี 2554 ภายใต้เป้าหมายเพื่อพัฒนาสังคม พัฒนาชุมชน และดูแลสิ่งแวดล้อม
การดำเนินงานของมูลนิธิกาแฟดอยช้าง จะนำเงิน 30% ของกำไรสุทธิในทุกบริษัท มาเข้ามูลนิธิกาแฟดอยช้าง เพื่อนำกลับไปพัฒนาชุมชน ส่วนอีก 70% นำไปลงทุน เพราะดอยช้างจะลงทุนจากผลการดำเนินงานทั้งหมดโดยไม่ใช้เงินกู้
ปัจจุบันสิ่งที่มูลนิธิกาแฟดอยช้างทำไปแล้ว คือ ศูนย์เด็กเล็ก เพราะฤดูเก็บเกี่ยว พ่อแม่ต้องไปไร่ มีเด็กชาวเขาในหมู่บ้านเป็น 100 คนที่ไม่มีคนดูแล ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน นำเด็กมาอยู่ในศูนย์มีพี่เลี้ยงคอยดูแล สอนหนังสือ และมีอาหารให้กิน ทำมา 3-4 ปีแล้ว
แผนงานต่อไปคือ สร้างโรงเรียนระดับก่อนประถมศึกษาหรืออนุบาล ปัจจุบันเตรียมพื้นที่ไว้แล้วใช้เงินซื้อที่ไป 22 ล้านบาท เพื่อรับดูแลเด็กต่อจากศูนย์เด็กเล็ก แต่ยังติดปัญหาขั้นตอนการขออนุญาตจัดตั้งจากรัฐบาล และมีแผนสร้างสถานพยาบาลให้คนในชุมชน ยกระดับเป็นสาธารณสุข
ตลอด 13 ปี ดอยช้างมีสาธารณูปโภคทุกอย่างครบ ทุกคนมีรายได้ดี เด็กได้รับการศึกษา เรียนจบอยากกลับมาทำงานบนดอยช้าง ทั้งหมดนี้คือความภูมิใจของผู้ปลุกปั้นดอยช้าง







