
จากกำปั้นเงินล้าน...สู่พ่อค้า
ย้อนไป 10 ปีก่อน ไม่มีใครไม่รู้จัก “เจ้าเติ้ล” มนัส บุญจำนงค์ นักชกฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก 2004
โดย...ราชันเบอร์23
ย้อนไป 10 ปีก่อน ไม่มีใครไม่รู้จัก “เจ้าเติ้ล” มนัส บุญจำนงค์ นักชกฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก 2004 และเหรียญเงินโอลิมปิก 2008 ถือเป็นนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวด ทั้งชื่อเสียง เงินทอง แต่ในขณะเดียวกันก็ได้ชื่อว่าเป็น “ม้าพยศ” สุดแสบที่หาตัวจับได้ยากคนหนึ่งในบรรดานักกีฬาของไทยเช่นกัน เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาได้ชื่อว่าเป็น “เพลย์บอย” ตัวพ่อ
วันเวลาผ่านไปพร้อมกับเข็มชีวิตที่เพิ่มพูนขึ้น ถึงวันนี้ดูเหมือนว่านักชกหนุ่มจะอิ่มตัวกับชีวิตในสังคมกลางคืน และตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตอย่างเรียบง่ายกับ “ปัด” พิชยาภา ภูมิสัย สาวร่างเล็กวัย 26 ปี ที่ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี มาได้ระยะหนึ่งแล้ว พร้อมกับการเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ
“มิกซ์ซีเรียล ตราแชมเปี้ยน By มนัส บุญจำนงค์” คือสินค้าที่เจ้าเติ้ลกำลังภาคภูมิใจกับยอดจำหน่ายผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งนับวันจะมียอดซื้อสูงขึ้นเรื่อยๆ
“คราวนี้ผมเอาจริงซะทีละพี่...ผมเจอกับปัดเขาตอนมางานที่ลพบุรีนี่แหละครับ” เจ้าเติ้ลเริ่มสาธยาย
“หลังจากนั้นผมก็คบหากันมาเรื่อยๆ ปัด ไม่ใช่ผู้หญิงกลางคืนเหมือนกับที่ผมเคยเจอ เขาเป็นคนทำงานจริงๆ แล้วผมก็ยอมรับว่าเขาครองใจผมได้สนิท ตอนนี้เลิกเที่ยวแล้วครับ โดยเฉพาะเที่ยวกลางคืนเลิกเด็ดขาดเลย การพนันก็ไม่เล่นแล้วครับ เขาดีจนผมต้องยอมแพ้ความดีของเขา”
นั่นเป็นสาเหตุทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ กับอาหารซีเรียลรูปแบบใหม่ที่เป็นสูตรของคนรักสาวคิดค้นขึ้นมา ก่อนจะนำมาเสนอขายผ่านเฟซบุ๊กของมนัสที่เปิดขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับกิจการนี้โดยเฉพาะ
“พี่เคยกินซีเรียล พวกคอนเฟล็กซ์ มั้ย นั่นคืออาหารเช้าที่ต้องใส่นม แต่ของผมมันเป็นซีเรียลที่เป็นธัญพืช มีกระบวนการผลิตเพิ่มเติม เป็นของกินเล่น เป็นอาหารขบเคี้ยว กินได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่จำกัดแค่อาหารเช้า แต่กินเป็นขนมหรือเป็นอาหารว่างได้เลย แล้วก็กินได้ทุกเพศทุกวัยด้วยครับ” อดีตนักชกหนุ่ม เผย
ตอนนี้ที่ทำอยู่มีด้วยกัน 3 รส มีรสดั้งเดิม รสสตรอเบอร์รี่ และรสช็อกโกแลต ราคาตั้งแต่ 30-40-50 บาท และในอนาคตจะมีรสผลไม้รวมเพิ่มขึ้นอีก ในเร็วๆ นี้
แม้ว่าจะเป็นกิจการเล็กๆ ที่ทำกันแค่สองคน แถมยังไม่มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง จะมีก็แค่การจำหน่ายผ่านอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ไม่น่าเชื่อว่า มิกซ์ซีเรียล ตราแชมเปี้ยนนี้จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนมียอดจำหน่ายอยู่ในระดับที่น่าพอใจและกำลังไต่เต้าเพิ่มจำนวนสูงมากขึ้นเรื่อยๆ
“ตอนนี้เฉลี่ยวันละร้อยห่อครับ คือจะมีลูกค้าสั่งซื้อผ่านอินเทอร์เน็ต ที่เป็นเฟซบุ๊กของผม แล้วโอนเงินมาเข้าบัญชี จากนั้นผมก็จะส่งสินค้าไปตามที่อยู่ที่แจ้งมา ตอนนี้ก็ส่งไปรษณีย์ทุกวันครับ เอาแพ็กใส่ในลังเบียร์ วันหนึ่งก็ส่งประมาณ 14-15 ลัง ตอนนี้ไปรษณีย์บ้านหมี่เขารู้จักหน้าผมเป็นลูกค้าประจำไปแล้ว
“ใครสนใจอยากสั่งซื้อก็ติดต่อมาได้ครับที่หมายเลข 08-4823-7444 หรือที่เฟซบุ๊ก มนัส บุญจำนงค์ ได้โดยตรงครับ แอดเพื่อนมาได้เลย”
แม้ว่าธุรกิจเล็กๆ นี้จะมีรายได้ตอบแทนกลับมาไม่มากนัก แต่มนัสเผยว่าสิ่งที่ได้มานั้นมันมีค่ามากกว่าเงิน
“ที่ผมได้กลับมาคือการได้ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย เหมือนคนปกติเขา มีความสุขกับการทำงานอยู่ใกล้ๆ กับคนที่เรารัก ช่วยเหลือกันและกัน ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เงินที่ได้มานั้นมันไม่ได้สำคัญเท่ากับความสุขและความภาคภูมิใจเท่ากับการที่ได้รู้จักคุณค่าของเงินที่ได้มา”
มีผู้คนตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินรางวัลตอนที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์หมดหรือยัง เพราะตอนนั้นมนัสใช้ชีวิตเสเพลเหลือเกิน
“ยังไม่หมดครับ แต่ผมต้องเก็บไว้บางส่วน ช่วงเวลานั้นมันเป็นบทเรียนชีวิตที่ดี มีชื่อเสียงเงินทอง ผู้คนล้อมหน้าล้อมหลัง แต่พอเงินร่อยหรอ ก็ไม่มีใครอยู่เคียงข้าง ปัจจุบันต้องยืนด้วยลำแข้งตัวเอง มันทำให้เข้าใจชีวิตมากขึ้นและแน่นอน ผมตั้งใจแน่วแน่จะไม่มีวันกลับไปมีชีวิตอย่างนั้นอีก” ฮีโร่โอลิมปิกเกมส์ กล่าวปิดท้าย
ชีวิตคนเราเดินผิดพลาดได้ แต่ผิดแล้วรู้สำนึก กลับตัวกลับใจ เชื่อว่าสังคมไทยให้อภัยและพร้อมให้โอกาสผู้ที่เคยสร้างรอยยิ้มให้กับคนไทยทั้งประเทศ
นี่อาจเรียกว่า “สูงสุดคืนสู่สามัญ” ของฮีโร่โอลิมปิกเกมส์ก็ว่าได้







