
TUFเพิ่มทุน1.32หมื่นล้าน
TUF เพิ่มทุนหวังระดมเงิน 1.32 หมื่นล้าน ซื้อกิจการ-คืนหนี้เงินกู้หนุนฐานะการเงินแกร่ง พร้อมเพิ่มหุ้นกู้เป็น 4 หมื่นล้าน
TUF เพิ่มทุนหวังระดมเงิน 1.32 หมื่นล้าน ซื้อกิจการ-คืนหนี้เงินกู้หนุนฐานะการเงินแกร่ง พร้อมเพิ่มหุ้นกู้เป็น 4 หมื่นล้าน
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 27 ก.พ. มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1,192.95 ล้านบาท เป็น 1,492.95 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 1,200 ล้านหุ้น โดยมีราคาตามมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.25 บาท ซึ่งจะเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทที่จะเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 3 เม.ย. 2558
อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดหวังว่าการเพิ่มทุนครั้งนี้จะได้เม็ดเงินเข้ามาประมาณ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.32 หมื่นล้านบาท โดยวางแผนจะนำเงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนดังกล่าวไปใช้ในการเพิ่มทุนส่วนของเงินลงทุนในการเข้าซื้อกิจการของบริษัท บัมเบิล บี ฟู้ดส์ ผู้ประกอบกิจการอาหารบรรจุหีบห่อชั้นแนวหน้าในทวีปอเมริกาเหนือ และเป็นที่รู้จักในตลาดอาหารทะเลที่สามารถเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องได้เป็นเวลานาน ทั้งในตลาดสหรัฐและแคนาดา และคาดว่าการเข้าทำธุรกรรมจะเสร็จสิ้นภายในปี 2558
ทั้งนี้ การทำธุรกรรมดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอนุญาตของหน่วยงานว่าด้วยการป้องกันการผูกขาดทางการค้าของสหรัฐ และการดำเนินการตามเงื่อนไขบังคับก่อนที่กำหนดอยู่ในสัญญาซื้อขายและจำนำเงิน เตรียมเงินไว้ซื้อกิจการอื่นด้วย
นอกจากนี้ คณะกรรมการได้อนุมัติให้ขอผู้ถือหุ้นในการออกและเสนอขายหุ้นกู้จากเดิมมีวงเงินที่ 2.5 หมื่นล้านบาท เป็น 4 หมื่นล้านบาท
สำหรับผลประกอบการของบริษัทในปี 2557 ทั้งกลุ่มมียอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 1.21 แสนล้านบาท หรือ 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 7.6% และมีกำไรสุทธิประจำปีสูงสุดที่ 5,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน
การขยายตัวของกำไรสุทธิเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของรายได้ในทุกหน่วยธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจปลาทูน่า ซึ่งกำไรที่ดีทำให้คณะกรรมการบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.55 บาท ภาพรวมสัดส่วนรายได้ของ 6 กลุ่มธุรกิจแบ่งตามผลิตภัณฑ์หลักของทียูเอฟของปี 2557 มีผลงานโดดเด่นดังนี้ กลุ่มธุรกิจปลาทูน่ามีสัดส่วนรายได้เท่ากับ 44% กลุ่มธุรกิจกุ้งและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกุ้ง 24% กลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง 7% กลุ่มธุรกิจปลาซาร์ดีนและปลาแมกเคอเรล 5% กลุ่มธุรกิจปลาแซลมอน 5% และกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มและผลิตภัณฑ์อื่นๆ 15%
ขณะที่สัดส่วนรายได้ของกลุ่มธุรกิจทียูเอฟประจำปี 2557โดยแบ่งตามตลาดมีดังนี้ สหรัฐมีสัดส่วน 44% ยุโรป 29% ตลาดในประเทศ 7% ญี่ปุ่น 7% และตลาดอื่นรวม 13%
ด้านภาพรวมธุรกิจของทียูเอฟในปี 2558 ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 2557 ที่จะยังคงดีต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายยอดขายรวมไว้ที่ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.63 แสนล้านบาท โดยมีโอกาสจากการเติบโตที่มาจากภายในธุรกิจหลักของบริษัทและการมุ่งเน้นที่กลยุทธ์การรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวของธุรกิจ







