
เข้าสู่การปรับฐานครั้งสำคัญ
ไม่แปลกอะไรที่นักลงทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นจะชอบติดตามข่าวสาร และในยุคใหม่นี้นอกจากข่าวสารจากหนังสือพิมพ์แล้ว ยังมีสื่อตามอินเทอร์เน็ต ไลน์ และเฟซบุ๊ก และอื่นๆ สิ่งที่ผมคิดว่านักลงทุนพยายามอ่านก็คือข่าวสารที่มีผลต่อราคาหุ้น แน่นอนว่าในเชิงการวิเคราะห์หลักทรัพย์ อาจจะมีวิธีการมองจากบนสู่ล่าง คือ สอนให้มองภาพใหญ่ก่อน เช่น มองเศรษฐกิจว่าเป็นอย่างไรจีดีพีโตเท่าไร มองอุตสหกรรมว่าอุตสาหกรรมไหนมีแนวโน้มบวก และไหนมีแนวโน้มปรับตัวลดลง และค่อยมามองบริษัทว่าบริษัทไหนมีแนวโน้มดี และบริษัทไหนมีแนวโน้มไม่ดี
ไม่แปลกอะไรที่นักลงทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นจะชอบติดตามข่าวสาร และในยุคใหม่นี้นอกจากข่าวสารจากหนังสือพิมพ์แล้ว ยังมีสื่อตามอินเทอร์เน็ต ไลน์ และเฟซบุ๊ก และอื่นๆ สิ่งที่ผมคิดว่านักลงทุนพยายามอ่านก็คือข่าวสารที่มีผลต่อราคาหุ้น แน่นอนว่าในเชิงการวิเคราะห์หลักทรัพย์ อาจจะมีวิธีการมองจากบนสู่ล่าง คือ สอนให้มองภาพใหญ่ก่อน เช่น มองเศรษฐกิจว่าเป็นอย่างไรจีดีพีโตเท่าไร มองอุตสหกรรมว่าอุตสาหกรรมไหนมีแนวโน้มบวก และไหนมีแนวโน้มปรับตัวลดลง และค่อยมามองบริษัทว่าบริษัทไหนมีแนวโน้มดี และบริษัทไหนมีแนวโน้มไม่ดี
แต่กรณีการมองผลต่อราคาหุ้นระยะสั้น ต้องยอมรับว่า ข่าวสารมีผลมาก โดยเฉพาะข่าวที่จะสร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุน ซึ่งเรื่องยอดฮิตมากที่สุดก็คือการต่อยอดทางธุรกิจ ซึ่งอาจจะออกมาในรูปการเปลี่ยนธุรกิจใหม่ การขยายธุรกิจ หรือแม้กระทั่งการซื้อหรือควบรวมกิจการ และที่ยอดฮิตมากที่สุดก็คือการต่อยอดธุรกิจสู่พลังงานทางเลือก
ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ กรณีเกิดการต่อยอดธุรกิจจริงๆ เช่น ธุรกิจเดิมแนวโน้มธุรกิจไม่ดี และขยายไปสู่ธุรกิจใหม่ น่าจะเป็นสิ่งที่ดีต่อบริษัท แต่ก็ต้องยอมรับเช่นเดียวกันว่า มีหลายครั้งที่เราพบว่ามีการออกข่าวในเรื่องการต่อยอดธุรกิจ เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับนักลงทุนที่ติดตามข่าว แต่ปรากฏว่ารายละเอียดของข่าวไม่ชัดเจน เช่น แหล่งข่าวจากบริษัทระดับสูง หรือ บริษัทมีความสนใจ หรือคาดว่า ฯลฯ แม้เราต้องยอมรับว่าเรื่องบางอย่างอาจจะเป็นความลับในทางการค้า แต่หลายครั้งเราจะพบว่าการออกข่าวนั้นไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย ยกตัวอย่างเช่น จะทำพลังงานแสงอาทิตย์ในจุดใดจุดหนึ่ง แต่ปรากฏว่าจุดนั้นไม่มีสายส่งในการรับกระแสไฟฟ้า ซึ่งก็หมายถึง พื้นที่ในการออกข่าวนั้นไม่มีความเป็นไปได้ในการที่จะมีการทำพลังงานแสงอาทิตย์ได้เลย
เพราะฉะนั้น ตัวอย่างที่เกิดขึ้นมาต้องการนำเสนอให้ท่านนักลงทุนที่ติดตามข่าวสาร ต้องผ่านการกลั่นกรองในแง่แนวคิด แต่ไม่ใช่ไม่ติดตามข่าวสาร หรือ ในแง่เก็งกำไร แม้เรารู้อยู่แก่ใจว่าข่าวที่เกิดขึ้นที่หลายคนคิดว่าจะเป็นข่าวดีอาจจะเป็นไปไม่ได้ แต่ก็อาจจะเก็งกำไรราคาหุ้นชั่วคราวเพื่อนำเอาส่วนต่างได้ เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องกรองให้มาก กรณีเกิดการเสพข่าวที่เกิดขึ้น
อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องมาพิจารณากันก็คือ พีอีของตลาดที่สูง กล่าวคือ เมื่อพิจารณาตัวเลขล่าสุด พีอีจะเท่ากับ 22 เท่า (พิจารณากราฟประกอบ) ซึ่งคาดว่ายังไม่นำเอาผลประกอบการในปี 2557 มารวม (เพราะอยู่ในช่วงการประกาศ) ซึ่งแน่นอนระดับพีอีที่สูง ณ SET INDEX ที่ระดับ 1,600 จุดนั้น ทุกคนคาดหวังว่า การประกาศผลประกอบการในปี 2557 ออกมา จะทำให้ระดับพีอีลดลง และกรณีผลประกอบการในปี 2558 โตต่อเนื่อง เพราะฉะนั้น นั่นก็คือเหตุผลส่วนหนึ่งที่เคยนำเสนอว่า ตลาดช่วงระยะสั้นมีความเสี่ยง อีกทั้งกรณีการติดตาม SET INDEX ในเชิงการวิเคราะห์ทางเทคนิค ล่าสุดจะพบว่าเกิดการ Break Out ในเชิง Down ลง ซึ่งก็เป็นการสะท้อนถึงการเข้าสู่การปรับฐาน ซึ่งคาดว่าในการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จะทำให้ SET INDEX ในช่วงจากนี้ต่อไปเข้าสู่การปรับฐาน (ลง) อย่างจริงๆ จังๆ และน่าจะกินระยะเวลามากกว่า 1-2 เดือน โดยมีความเป็นไปได้ที่ SET INDEX น่าจะปรับลงสู่ระดับ 1,500 จุด!!!
หมายเหตุ - ประชาสัมพันธ์งานสัมมนาการวิเคราะห์ทางเทคนิคชั้นสูง (Advance Technical) จัดวันที่ 14-15 มี.ค. 2558 เหมาะสำหรับท่านที่วิเคราะห์เทคนิคเป็นแต่ใช้ไม่ได้ผล ท่านที่สนใจติดต่อ 08-1783-8888 หรือ http://www.aekinvestment.com เสาร์ที่ 28 ก.พ.นี้ มีสัมมนากลยุทธ์การลงทุนประจำเดือน มี.ค. ใครอยากทราบแนวโน้มตลาดหุ้นไทย หุ้นเด่น ปรับพอร์ตกลยุทธ์การลงทุน สนใจติดต่อ 08-1783-8888 หรือ http://www.aekinvestment.com







