
รมว.พลังงานย้ำไทยเดิยหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินตามแผน
"ณรงค์ชัย" ยันเดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหิน เหตุไทยมีค่าไฟฟ้าแพงเป็นอันดับที่ 4 ในอาเซียน ย้ำต้องกระจายเชื้อเพลิงเพื่อลดต้นทุนผลิต
"ณรงค์ชัย" ยันเดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหิน เหตุไทยมีค่าไฟฟ้าแพงเป็นอันดับที่ 4 ในอาเซียน ย้ำต้องกระจายเชื้อเพลิงเพื่อลดต้นทุนผลิต
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เปิดเผยหลังตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและมอบนโยบายการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ว่า กระทรวงพลังงานยังมีนโยบายเดินหน้าการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินตามที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) โดยไทยมีความจำเป็นต้องกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า เพื่อลดต้นทุนและความเสี่ยงในการผลิตไฟฟ้า ขณะเดียวกันจะให้ความสำคัญกับนโยบายด้านไฟฟ้าใน 3 ประเด็นหลักคือ การสร้างความั่นคงด้านพลังงาน การกำหนดค่าไฟฟ้าที่เป็นธรรม และการดูแลสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ในอนาคตจะต้องลดสัดส่วนการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้า และไปเพิ่มสัดส่วนการใช้ถ่านหินมากขึ้น ดังนั้นจึงไม่มีนโยบายที่จะชะลอการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กฟผ.กำลังดำเนินการอยู่แต่อย่างใด
สำหรับการปฏิรูปพลังงานด้านไฟฟ้า นั้นคงต้องเป็นไปตามแผนพีดีพีเป็นหลักที่กำหนดให้กระขายเชื้อเพลิงให้มากขึ้น ในขณะที่การดูแลอัตราค่าไฟฟ้า มีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(เรคกูเลเตอร์) ดูแลอยู่ ซึ่งค่อนข้างสะท้อนต้นทุนต่างจากราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ที่ราคาค่อนข้างบิดเบือนมากกว่า โดยอัตราค่าไฟฟ้าของไทยพบว่าปัจจุบันจะมีราคาแพงติดอันดับ 4 ในอาเซียน
ด้าน นายสุนชัย คำณูนเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) กล่าวว่า โรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ กำลังการผลิต 800เมกะวัตต์ ยังคงเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ โดยกำหนดที่จะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2562 ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(EHIA) จะใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือนจะแล้วเสร็จ ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็น(คส.)เพื่อจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพซึ่งคงจะต้องใช้เวลาในการจัดทำอีก 4-5เดือน คาดว่าจะจ่ายไฟเข้าระบบตามแผนปี 2564
สำหรับแนวโน้มค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที) รอบใหม่ เดือนพ.ค.-ส.ค. มีแนวโน้มที่จะปรับลดลบงจากปัจจัยราคาน้ำมันที่ปรับลดลงตั้งแต่ปลายปี 2557 ซึ่งจะมาสะท้อนราคาก๊าซธรรมชาติปรับลดลงได้ในรอบนี้ ดังนั้นค่าเอฟที จะลดลงต่อเนื่องอีกครั้งหนึ่งแต่จะลดได้มากกว่ารอบแรก(ม.ค.-เม.ย.)ที่ปรับลดลงประมาณ 10สต.ต่อหน่วยหรือไม่ คงต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเรคกูเลเตอร์
อย่างไรก็ตามการตรวจเยี่ยมกฟผ.ของรมว.พลังงานครั้งนี้ ได้ติดตามความก้าวหน้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 4 – 7ซึ่งจะลงนามกับบริษัทเอกชนที่ชนะการประมูลในเดือนมีนาคมนี้และโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ซึ่งอยู่ระหว่างการอนุมัติจาก ครม.พร้อมชมการสาธิตการทำงานของศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า ผ่านระบบการควบคุมระยะไกล เพื่อตรวจสอบความพร้อมของระบบทั้งกรณีระบบไฟฟ้าปกติ และกรณีฉุกเฉิน ซึ่งในโอกาสเดียวกันนี้ กฟผ.ได้ให้ข้อมูลถึงปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาโรงไฟฟ้า และระบบส่ง ของ กฟผ.เพื่อขอคำแนะนำจาก รมว.พลังงาน เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานต่อไป







