posttoday
มุมมองเศรษฐกิจโลก ปี 2558

มุมมองเศรษฐกิจโลก ปี 2558

26 กุมภาพันธ์ 2558

เศรษฐกิจโลกในปี 2558 ยังมีการฟื้นตัวอย่างเปราะบาง มีเพียงเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังโตได้บ้าง ประมาณ 3–3.5% แต่ยุโรปยังมีปัญหาในเชิงโครงสร้างที่น่าเป็นห่วง ญี่ปุ่นยังมีความไม่แน่นอนว่าลูกศรสามดอกของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ จะได้ผลหรือไม่ ส่วนจีนน่าจะยังชะลอตัวลงชัดเจน

เศรษฐกิจโลกในปี 2558 ยังมีการฟื้นตัวอย่างเปราะบาง มีเพียงเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังโตได้บ้าง ประมาณ 3–3.5% แต่ยุโรปยังมีปัญหาในเชิงโครงสร้างที่น่าเป็นห่วง ญี่ปุ่นยังมีความไม่แน่นอนว่าลูกศรสามดอกของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ จะได้ผลหรือไม่ ส่วนจีนน่าจะยังชะลอตัวลงชัดเจน

ทีมวิเคราะห์และกลยุทธ์การลงทุน สำนักงานประกันสังคม ได้คาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจโลกปี 2558 ดังนี้

1.สหรัฐ – คาดว่าจะโตในอัตรา 3–3.5% ถือว่าเป็นการเติบโตที่ดีสำหรับเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นที่ทราบกันดีว่า 70% ของเศรษฐกิจสหรัฐมาจากการบริโภคของครัวเรือน ในภาวะที่อัตราการว่างงานลดลงต่อเนื่องจากเกือบ 10% เหลือเพียง 5.8% แปลว่าคนอเมริกันมีงานทำมากขึ้นและมีรายได้ไปจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น นอกจากนี้สหรัฐจะได้ประโยชน์อีก 2 เด้ง คือ 1.ราคาน้ำมันที่ลดต่ำลงมาก ทำให้คนอเมริกันซึ่งบริโภคน้ำมันเยอะ มีเงินเหลือในกระเป๋ามากขึ้น และ 2.ราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นและราคาบ้านเริ่มฟื้น ทำให้ “ความมั่งคั่ง” เพิ่มขึ้น คนอเมริกันจึงมีทั้ง “เม็ดเงิน” และ “ความเชื่อมั่น” ที่จะจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

2.ยุโรป – นอกจากเยอรมนีและอังกฤษที่ยังมีความแข็งแกร่งอยู่บ้าง ประเทศอื่นๆ ในยุโรปอยู่ในภาวะที่ “น่าเป็นห่วง” ปัญหาใหญ่ของยุโรปตรงข้ามกับสหรัฐ คือ อัตราการว่างงานยังสูง (เฉลี่ย 10-20%) โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราการว่างงานของคนหนุ่มสาวในประเทศกลุ่ม PIIGS ยังสูงเกือบ 50% เมื่อไม่มีงานทำก็ไม่มีรายได้ เศรษฐกิจยุโรปจึงอยู่ในภาวะเงินฝืดอย่างแท้จริง จะสังเกตได้ว่า “กระสุน” ถูกใช้ไปเกือบหมดหน้าตักแล้ว ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศทำ QE แล้ว ด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรเดือนละ 6 หมื่นล้านยูโร ค่าเงินยูโรอ่อนไปมากแล้ว (ทำให้สินค้าส่งออกมีราคาถูกลง) อัตราดอกเบี้ยลดต่ำมากแล้วจนถึงกับติดลบ แต่ก็คาดว่าเศรษฐกิจยุโรปไม่น่าจะฟื้นง่ายๆ ในปีนี้

3.ญี่ปุ่น – สิ่งที่ญี่ปุ่นต้องการคืออัตราเงินเฟ้อสัก 2% แต่ดูจะไม่ง่ายเพราะการบริโภคภาคครัวเรือนยังฟื้นตัวช้า สิ่งที่คล้ายกับยุโรป คือ ได้ใช้ “กระสุน” ไปเยอะแล้วเหมือนกัน ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงนโยบายอัดฉีดเม็ดเงิน 80 ล้านล้านเยน/ปี ในขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนที่จะอัดฉีดเม็ดเงิน 3.5 ล้านล้านเยน หรือ 2.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคที่ซบเซา รวมถึงภาคครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำด้วยการออกนโยบายให้เงินอุดหนุนแจกคูปองซื้อสินค้าและโครงการอื่นๆ ภายใต้การดำเนินงานของท้องถิ่น คงต้องรอดูอีกสักระยะว่า มาตรการต่างๆ เหล่านี้จะใช้ได้ผลหรือไม่

4.จีน – ค่อนข้างชัดเจนว่าจะโตช้าลงจากที่เคยโตปีละ 7% ปลายๆ ลดเหลือ 7% ต้นๆ แต่หากมองโลกในแง่ดีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างจีนโตได้ปีละ 7% ก็นับว่าใช้ได้ และเป็นการชะลอตัวแบบไม่รุนแรง (Soft Landing) จึงมีส่วนช่วยประคับประคองเศรษฐกิจโลกไว้ได้มาก โดยการชะลอตัวในครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกันหลายส่วน ทั้งผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก การลงทุน ฯลฯ ส่วนราคาบ้านก็ปรับลดลงแรงขึ้น แต่ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจจีนยังมีแรงขับเคลื่อนอยู่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนชั้นกลางของจีนจะมีฐานะดีขึ้นและมีจำนวนมากขึ้น รวมทั้งการย้ายถิ่นฐานเข้าเมือง จะยังคงทำให้จีนเป็นตลาดที่ต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงขึ้นต่อไปได้อีกหลายปี

โดยสรุปแล้วทีมวิเคราะห์และกลยุทธ์การลงทุน สำนักงานประกันสังคมมองว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2558 ยังฟื้นตัวได้อย่างเปราะบาง มีเพียงเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังโตได้บ้างประมาณ 3–3.5% แต่ลำพังเศรษฐกิจสหรัฐไม่สามารถดึงให้ยุโรปและญี่ปุ่นให้ฟื้นจากภาวะซบเซาได้ การฟื้นตัวของสหรัฐทำให้มีโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปลายปีนี้ ส่งผลให้กระแสเงินลงทุนอาจจะไหลกลับไปสหรัฐ และทำให้ตลาดเงินทั้งตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นมีความผันผวนได้มาก คาดว่าปี 2558 นี้จะมีโอกาสที่ตลาดหุ้นจะปรับฐานอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นโอกาสดีสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่รอจังหวะเข้าลงทุนในของดีราคาถูกครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ