
ธุรกิจที่ีปรึกษายังรุ่ง ‘สลิงชอท’ หวังโต 20%
ธุรกิจจะโตได้ดีต้องมีรากฐานที่มั่นคง มีแผนบริหารที่ดี ซึ่งยุคนี้มีตัวช่วยเนื่องจากมีบริษัทที่ปรึกษาองค์กรไว้คอยบริการจำนวนมาก และยังเป็นธุรกิจที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะแนวโน้มองค์กรได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร และเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กรมากยิ่งขึ้น
ธุรกิจจะโตได้ดีต้องมีรากฐานที่มั่นคง มีแผนบริหารที่ดี ซึ่งยุคนี้มีตัวช่วยเนื่องจากมีบริษัทที่ปรึกษาองค์กรไว้คอยบริการจำนวนมาก และยังเป็นธุรกิจที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะแนวโน้มองค์กรได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร และเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กรมากยิ่งขึ้น
วศิน อรดีดลเชษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สลิงชอท กรุ๊ป ผู้ประกอบธุรกิจที่ปรึกษาและให้บริการพัฒนาภาวะผู้นำและพัฒนาองค์กร เปิดเผยว่า มูลค่าธุรกิจที่ปรึกษาองค์กรในไทยอยู่ที่ 2,000-3,000 ล้านบาท/ปี ประเมินเบื้องต้นจากจำนวนผู้ประกอบการในตลาด ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ปรึกษาขนาดเล็ก มีที่ปรึกษาแค่ 2-4 คน กลุ่มนี้มีแนวโน้มเพิ่มต่อเนื่อง จากคนซึ่งเคยทำงานให้องค์กรต่างๆ อยากเปลี่ยนมาทำอาชีพอิสระ การจัดตั้งบริษัทที่ปรึกษารับปรึกษาอิสระให้องค์กรเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำกัน
ขณะที่บริษัทที่ปรึกษาขนาดใหญ่ระดับข้ามชาติเข้ามาในไทยนานแล้ว แต่มีไม่มาก กลุ่มนี้เน้นบริการออกแบบ วางแนวคิดบริหารองค์กร แต่บางครั้งก็เป็นต้นแบบที่ไม่เหมาะกับองค์กรไทย คนทำงานอาจปฏิบัติตามไม่ได้ จึงเป็นโอกาสของบริษัทที่ปรึกษาไทยขนาดกลาง เช่น สลิงชอท ซึ่งมีบริการครบวงจร ได้แก่ พัฒนาทักษะและความรู้ความสามารถพนักงานที่เป็นผู้นำองค์กรระดับต่างๆ (เทรนนิ่ง) เป็นที่ปรึกษาเพื่อการพัฒนาองค์กร และให้คำแนะนำผู้บริหารแบบตัวต่อตัว (โค้ชชิ่ง) ต่างจากบริษัทที่ปรึกษาขนาดเล็กของไทยส่วนใหญ่ที่มีบริการที่ปรึกษาแค่บางด้าน
ปัจจุบันสลิงชอทรับเป็นที่ปรึกษาให้องค์กรรัฐและเอกชนในไทย รวมถึงประเทศในอาเซียนรวมกว่า 300 องค์กร ลูกค้าธุรกิจครอบคลุมเกือบทุกอุตสาหกรรม เช่น พลังงาน ค้าปลีก ธนาคาร อุตสาหกรรมหนัก ก่อสร้าง และปิโตรเคมี ลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุดคือ ธนาคาร พลังงาน และปิโตรเคมี เนื่องจากกลุ่มนี้บุคลากรมาก การบริหารจัดการจึงสำคัญมาก คนลำดับต่างๆ ขององค์กรต้องบริหารลูกน้อง เพื่อนร่วมงานให้มีประสิทธิภาพทั้งทางตรง ทางอ้อม
วศิน กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้โต 20% จากปีก่อน เป็นผลจากบริษัทลูกค้าเติบโต ต้องการที่ปรึกษาไปเพิ่มความรู้ใหม่ๆ นำไปต่อยอดธุรกิจ ประกอบกับทุกองค์กรยังมีจุดยืนชัดเจนเน้นพัฒนาบุคลากรให้พร้อมต่อการขยายตัวของธุรกิจ 10 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม การทำธุรกิจปีนี้มีความท้าทาย เพราะเศรษฐกิจผันผวน ลูกค้าวางแผนธุรกิจยากขึ้น จึงต้องทำความเข้าใจความต้องการลูกค้าที่เปลี่ยนตลอดเวลา และตอบโจทย์ให้ได้ ส่วนทิศทางบริษัทที่ปรึกษาองค์กรโดยรวมจะโตได้ 15-35% ต่อปี ขึ้นอยู่กับแนวทางการทำงานแต่ละบริษัท
สำหรับบริการที่ปรึกษาองค์กรที่คาดว่าจะนิยมมากปีนี้คือ ออน เดอะ จ๊อบ เทรนนิ่ง หรือการให้ที่ปรึกษาไปช่วยให้พนักงานในองค์กรนำความรู้จากการเทรนนิ่งในห้องเรียนมาทดลองใช้ในสภาพการทำงานจริง โดยที่ปรึกษาไปช่วยให้คำแนะนำระหว่างทดลองปฏิบัติเป็นระยะ รองลงมาคือ การเป็นโค้ชประกบผู้บริหารในองค์กรให้เกิดการนำความรู้ไปใช้จริง เพราะหลายคนอาจได้ความรู้แล้วแต่ไม่ได้ปฏิบัติจริง
ตัวอย่างการโค้ชชิ่งผู้บริหารที่เจอ เช่น ผู้บริหารต่างชาติบางคนมาทำงานกับบริษัทไทยแล้วหาสมดุลการทำงานระหว่างวัฒนธรรมไทยและต่างชาติไม่เจอ ต้องเข้าไปช่วย หรือผู้บริหารบริษัทครอบครัวขนาดใหญ่ ที่รุ่น 2-3 กำลังเข้ามาสืบทอดธุรกิจ ต้องการเร่งพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ
วศิน กล่าวอีกว่า ธุรกิจที่ปรึกษาองค์กรประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากร เนื่องจากผู้ที่จะมาเป็นที่ปรึกษาต้องใช้เวลาฝึกอบรมนาน กรณีเคยมีประสบการณ์เป็นผู้บริหารธุรกิจมากแล้ว อาจฝึกอบรมเพิ่มเพื่อให้เป็นที่ปรึกษา 1 ปี แต่กว่าจะเริ่มทำงานได้จริงใช้เวลารวม 2 ปี กรณีเป็นผู้มีประสบการณ์ทำงานน้อย ไม่เคยเป็นผู้บริหารองค์กรแต่มีแนวคิดอยากเป็นที่ปรึกษา ต้องใช้เวลา 5-7 ปี กว่าจะเป็นที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ ระหว่างที่เริ่มเข้ามาทำงาน ต้องเริ่มจากงานให้คำปรึกษาที่ไม่ซับซ้อน เป็นผู้ช่วยที่ปรึกษาคอยจัดทำวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลไปก่อน
ทั้งนี้ คาดว่า 3-4 ปีข้างหน้า การแย่งตัวบุคลากรที่ปรึกษาอาจรุนแรงขึ้น เนื่องจากบุคลากรไทยจะเตรียมตัวเองด้านภาษาต่างประเทศเพื่อสื่อสารข้ามประเทศ ข้ามวัฒนธรรมมากขึ้น รองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จากปัจจุบันบุคลากรจำนวนมากยังสื่อสารภาษาอังกฤษได้ไม่ดี เมื่อพร้อมเรื่องภาษาจะทำให้คู่แข่งบริษัทที่ปรึกษาจากสิงคโปร์ มาเลเซีย สนใจมาขยายฐานธุรกิจในไทย ต้องการตัวที่ปรึกษาไทยมากขึ้น แต่ก็เป็นโอกาสบริษัทที่ปรึกษาไทยที่จะมีตลาดกว้างขึ้นเช่นกันในทั้งอาเซียน
ธุรกิจที่ปรึกษาองค์กรจึงมีส่วนสำคัญไม่น้อยกับองค์กรที่ต้องเตรียมบุคลากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นพร้อมรับเออีซี







