posttoday
นักวิชาการหนุนรัฐ

นักวิชาการหนุนรัฐ

26 กุมภาพันธ์ 2558

หลังจากรัฐบาลประกาศปฏิรูปโครงสร้างภาษีใหม่ การดำเนินการดังกล่าวมีทั้งแรงสนับสนุนและแรงคัดค้าน โครงการนิติเศรษฐศาสตร์การค้าระหว่างประเทศคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จึงจัดงานเสวนาวิชาการเรื่อง “ร่างกฎหมายภาษีทรัพย์สิน : การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบ” ขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลากหลายมุมมอง

หลังจากรัฐบาลประกาศปฏิรูปโครงสร้างภาษีใหม่ การดำเนินการดังกล่าวมีทั้งแรงสนับสนุนและแรงคัดค้าน โครงการนิติเศรษฐศาสตร์การค้าระหว่างประเทศคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จึงจัดงานเสวนาวิชาการเรื่อง “ร่างกฎหมายภาษีทรัพย์สิน : การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบ” ขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลากหลายมุมมอง

ดวงมณี เลาวกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มธ. กล่าวว่า การปรับโครงสร้างภาษีโดยการหันมาจัดเก็บภาษีทรัพย์สินที่แท้จริง ทั้งสิ่งปลูกสร้าง ภาษีมรดก น่าจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะนอกจากรัฐจะมีรายได้เพิ่ม ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำของคนได้ เพราะปัจจุบันไทยมีการกระจุกตัวของการถือครองทรัพย์สิน เห็นได้จากที่ดินทั่วประเทศ 320 ล้านไร่ มีผู้มั่งคั่งเพียง 10% ของประชากร ถือครองที่ดินมากถึง 60% ของที่ดินทั้งหมด

และหากดูจากการถือครองที่ดินตามโฉนดของไทย พบว่า ประชากร 50% ถือครองที่ดินเฉลี่ยคนละ ไม่เกิน 1 ไร่ อีก 22% ถือครอง 1-5 ไร่ และอีก 28% ถือครองมากกว่า 5 ไร่ แต่พอดูเป็นกลุ่มตามอาชีพ กลับพบว่า นักการเมือง 1 คน ถือครองที่ดินเฉลี่ยถึง 71 ไร่ กลายเป็นกลุ่มที่ถือครองที่ดินมากที่สุด และมีนัยต่อการผ่านร่างกฎหมายบางฉบับ

นอกจากนี้ หากดูจากการถือครองหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 10 อันดับแรกในปี 2552-2556 มูลค่า 2.1 แสนล้านบาท จะพบว่ามีการถือครองที่กระจุกตัวเช่นกัน เพราะถือโดยคนไม่กี่ตระกูล ถ้าเก็บภาษีมรดกจากผู้มีรายชื่อในการถือครองหุ้นมากที่สุดใน 50 อันดับแรก น่าจะได้ประมาณ 3 แสนล้านบาท (หากเกิดการตายพร้อมกันหมด) อย่างไรก็ดี คาดว่าคนที่มีทรัพย์สินมั่งคั่งคงบริหารจัดการทรัพย์สินเพื่อเลี่ยงภาษีจนเก็บได้ไม่มาก

ขณะที่การจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินในปัจจุบัน ก็ไม่ได้เก็บจากมูลค่าจริง ด้านภาษีบำรุงท้องที่เก็บจากที่ดินที่ทำการเกษตรกรรมก็เก็บต่ำมาก ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เก็บรายได้ได้น้อย มีงบพัฒนาท้องถิ่นได้ไม่มากนัก

ดังนั้น การที่รัฐบาลมีแนวคิดในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจึงเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องปรับตัว แต่จะมีข้อดี คือ 1.ช่วยให้ท้องถิ่นจัดเก็บรายได้ได้สูงขึ้น ช่วยขยายฐานภาษี ถ้าทำได้น่าจะทำให้รายได้ภาษีเพิ่มประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท แม้ในช่วงแรกๆ ของการบังคับใช้คงเก็บภาษีได้ไม่มากนัก 2.ทำให้การใช้ที่ดินมีประสิทธิภาพ และเกิดการใช้ประโยชน์จากที่ดินมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ข้อน่ากังวลคือ การจัดเก็บภาษีใหม่เหล่านี้ของรัฐอาจจะเพิ่มภาระภาษีให้คนรายได้ปานกลางมากขึ้น เพราะคนชนชั้นกลางจะหลีกเลี่ยงภาษีได้ยาก ขณะที่คนจนจริงๆ จะไม่ถูกเก็บ และคนที่ร่ำรวยจริงๆจะมีทางหลีกเลี่ยงและบริหารให้จ่ายภาษีน้อยที่สุดได้

สกนธ์ วรัญญูวัฒนา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่อยากให้รัฐระมัดระวังและปิดช่องโหว่ คือ การจัดเก็บที่คำนึงถึงมูลค่าเพิ่มจากการเปลี่ยน แปลงการใช้ประโยชน์ อาทิ เปลี่ยนจากห้องแถวที่พักอาศัยเป็นร้านเซเว่นฯ หรือเปลี่ยนจากห้องแถวธรรมดาเป็นบูติกโฮเต็ล เกสต์เฮาส์ เป็นต้น รัฐมีช่องทางจัดเก็บให้ได้อัตราที่เพิ่มขึ้นตามมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างไร ให้ได้ประโยชน์จากภาษีที่เพิ่มขึ้น และจะมีแนวทางจะช่วยท้องถิ่นจัดเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร เพื่อให้คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการในอนาคต เพราะท้องถิ่นมักเก็บในอัตราที่ต่ำเพื่อช่วยเหลือกัน

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า