posttoday
การใช้ประโชน์จากดอกเบี้ยระยะสั้นล่วงหน้า (ตอนที่ 1)

การใช้ประโชน์จากดอกเบี้ยระยะสั้นล่วงหน้า (ตอนที่ 1)

18 มิถุนายน 2553

....บริษัท ตลาดอนุพันะ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

จากที่ได้ทำความรู้จักกับอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดการเงินไทย ซึ่งน่าจะนำมาใช้เป็นสินค้าอ้างอิงหากมีการซื้อขายดอกเบี้ยระยะสั้นล่วงหน้า (Short Term Interest Rate Futures หรือ STIR Futures) กันไปแล้ว ในครั้งนี้ “นัดพบอนุพันธ์” ขอหยิบยกเรื่องการใช้ประโยชน์จากดอกเบี้ยระยะสั้นล่วงหน้า (STIR Futures) มาเล่าให้ทราบกันต่อครับ

ในตลาดการเงินไทย การกู้ยืมเงินไม่ว่าจะเป็นระหว่างสถาบันการเงินด้วยกันเอง หรือระหว่างสถาบันการเงินกับลูกค้า จะมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ซึ่งในปัจจุบันนิยมใช้อัตราดอกเบี้ยประเภทหนึ่งที่เรียกว่า THBFIX กันอย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ดี ดอกเบี้ยอ้างอิง THBFIX นี้มีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน ทำให้ผู้กู้หรือผู้ให้กู้เงินโดยอ้างอิงกับดอกเบี้ย THBFIX มีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงของอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว นั่นก็คือ ถ้าอัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น ผู้กู้หรือผู้ที่ต้องการจะกู้เงินในอนาคต อาจต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้นหรืออาจต้องมีภาระต้นทุนดอกเบี้ยมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน หากอัตราดอกเบี้ยลดลง ผู้ให้กู้หรือผู้ที่ต้องการจะปล่อยเงินกู้ในอนาคต อาจได้รับดอกเบี้ยลดน้อยลงหรืออาจได้รับดอกเบี้ยต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งลักษณะเช่นนี้ถือเป็นความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยที่ทั้งผู้ต้องการจะกู้เงินและให้กู้เงินในอนาคต สามารถใช้ประโยชน์จากสัญญาซื้อขายดอกเบี้ยระยะสั้นล่วงหน้า (STIR Futures) มาจัดการความเสี่ยงดังกล่าวได้

เราลองมาดูตัวอย่างสัญญาซื้อขายดอกเบี้ยระยะสั้นล่วงหน้าในต่างประเทศกันครับ “นัดพบอนุพันธ์” ขอใช้ Eurodollar Futures ที่ซื้อขายในตลาด Chicago Mercantile Exchange (CME) ของสหรัฐอเมริกา เป็นต้นแบบเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น สัญญาซื้อขายดอกเบี้ยระยะสั้นล่วงหน้า Eurodollar Futures นี้ เป็นฟิวเจอร์สที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย Eurodollar ประเภท 3 เดือน ซึ่งในการซื้อขายฟิวเจอร์สดังกล่าว CME จะกำหนดให้มีการเสนอซื้อเสนอขายในรูปแบบ 100–Yield ซึ่งในที่นี้หมายถึง ระดับอัตราดอกเบี้ยที่ผู้ลงทุนคาดการณ์ว่าจะเป็น ณ วันที่ฟิวเจอร์สครบกำหนดอายุ เช่น ถ้าคาดว่าอัตราดอกเบี้ย Eurodollar ประเภท 3 เดือน ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2553 จะอยู่ที่ระดับ 0.72% ต่อปี การเสนอซื้อเสนอขาย Eurodollar Futures จะอยู่ที่ 99.280 (มาจาก 100–0.72)

แล้วฟิวเจอร์สดอกเบี้ยระยะสั้นดังกล่าวจะช่วยบริหารความเสี่ยงได้อย่างไร สมมติว่า ในเดือน ก.ย. ที่จะถึงนี้ บริษัท A ต้องการจะกู้เงิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นเวลา 3 เดือน โดยบริษัท A คาดว่าภาวะเงินในช่วงนั้นน่าจะตึงตัว และอัตราดอกเบี้ยจะคงสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทสูงขึ้นด้วย ดังนั้นเพื่อบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในช่วงดังกล่าว บริษัท A อาจทำการ Short สัญญา Eurodollar ที่ระดับ 99.280 จำนวน 10 สัญญา มูลค่าสัญญาละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเทียบเท่ากับวงเงินที่จะกู้ยืม 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ก็จะเสมือนกับการล็อกอัตราดอกเบี้ย Eurodollar ประเภท 3 เดือน ในเดือน ก.ย. ไว้ที่ระดับ 0.72%

ที่เป็นเช่นนี้ได้ เพราะหากในเดือน ก.ย. อัตราดอกเบี้ย Eurodollar ประเภท 3 เดือน เกิดปรับตัวสูงขึ้นจริง เช่นไปอยู่ที่ระดับ 0.82% ทำให้บริษัท A ต้องกู้ยืมเงินจริงในตลาดการเงิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่อัตราดอกเบี้ย 0.82% ต่อปี เป็นเวลา 3 เดือน และจะต้องจ่ายเป็นเงินดอกเบี้ยเป็นจำนวนเงิน [10,000,000 x 0.82% x (3/12)] = 20,500 เหรียญสหรัฐ แต่ในขณะเดียวกัน บริษัท A จะได้กำไรจาก Eurodollar Futures ที่ได้ทำการ Short ไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากราคาของสัญญาเดือน ก.ย. จะปรับมาอยู่ที่ระดับ (1000.82) = 99.180 ทำให้บริษัท A ได้รับกำไร จากราคาที่ลดลง สัญญาละ 0.10 หรือ 250 เหรียญสหรัฐ (CME กำหนดให้ 0.01 มีค่า 25 เหรียญสหรัฐ) นั่นคือ บริษัท A ได้รับกำไรจากการ Short ฟิวเจอร์ส Eurodollar 10 สัญญา รวมเป็นเงินทั้งหมด 2,500 เหรียญสหรัฐ ดังนั้นดอกเบี้ยเงินกู้สุทธิที่บริษัท A ต้องจ่ายจริง เมื่อหักกำไรจากการ Short ฟิวเจอร์สดังกล่าวแล้ว จึงเท่ากับ 20,500–2,500 = 18,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 0.72% ต่อปีตามที่ต้องการ

จากที่กล่าวข้างต้นนั้น เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของการใช้ประโยชน์จากสัญญาซื้อขายดอกเบี้ยระยะสั้นล่วงหน้า (STIR Futures) โดยผู้ที่ต้องการจะกู้ยืมเงินในอนาคตเท่านั้น สำหรับผู้ที่ต้องการจะปล่อยเงินกู้ก็สามารถใช้ประโยชน์จากสัญญาซื้อขายดอกเบี้ยระยะสั้นล่วงหน้าได้เช่นกัน ซึ่งสามารถติดตามได้จาก “นัดพบอนุพันธ์” ในคราวต่อไปครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน