
แบงก์เข้มห่วงหนี้พุ่ง
ธนาคารรับจับตาหนี้ครัวเรือน ปรับแผนสินเชื่อรายย่อยแบบระวัง เข้มปล่อยกู้ต่อเนื่อง บัตรเครดิตเบนเข็มเน้นรายได้สูง
ธนาคารรับจับตาหนี้ครัวเรือน ปรับแผนสินเชื่อรายย่อยแบบระวัง เข้มปล่อยกู้ต่อเนื่อง บัตรเครดิตเบนเข็มเน้นรายได้สูง
นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่พุ่งเป็น 85% ต่อจีดีพี เป็นสัญญาณที่น่าห่วง กสิกรไทยจึงวางแผนธุรกิจลูกค้ารายย่อยแบบระมัดระวังตั้งแต่ต้นปี ตั้งเป้าเติบโตไม่เกิน 9% โดยเฉพาะสินเชื่อบุคคลที่ตั้งเป้าเติบโตเพียง 3-5%
ทั้งนี้ ยอมรับว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงอาจกระทบการขออนุมัติสินเชื่อ ทำให้มียอดปฏิเสธสินเชื่อสูงขึ้น เนื่องจากสัดส่วนหนี้ต่อรายได้สูงขึ้น ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง แต่ยืนยันว่าการติดตามหนี้ยังเข้มงวดเป็นปกติ เป็นไปตามแผนควบคุมคุณภาพหนี้ของลูกค้ารายย่อย ซึ่งตั้งเป้าควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่เกิน 2% ของสินเชื่อรวม
ขณะเดียวกัน ในธุรกิจบัตรเครดิตที่ธนาคารตั้งเป้าหมายสูง บัตรใหม่ 1 ล้านใบ และยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโต 29% นั้น ก็ต้องเน้นกลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูงเป็นหลัก ส่วนลูกค้าบัตรเครดิตที่มีรายได้ปานกลางลงมา อัตราการเติบโตไม่สูงอยู่แล้ว แต่เบื้องต้นนั้นสัดส่วนการชำระเต็มวงเงินที่ยังสูงถึง 60% ก็สะท้อนถึงความสามารถลูกค้าที่ดี
นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ภาวะหนี้ครัวเรือนสูงและภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจน ทำให้ต้องวางแผนธุรกิจลูกค้ารายย่อยปีนี้แบบระมัดระวัง โดยตั้งเป้าสินเชื่อรายย่อยใกล้กับปีที่แล้ว สินเชื่อบ้านปล่อยใหม่ 1.5-1.6 หมื่นล้านบาท และสินเชื่อบุคคล 4,000-5,000 ล้านบาท ส่งผลให้สิ้นปีพอร์ตสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้น 2 หมื่นล้านบาท เป็น 8.5 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ดี เงื่อนไขการอนุมัติสินเชื่อและรูปแบบของการติดตามหนี้ธนาคารเข้มงวดมาตั้งแต่ปี 2557 เพราะเห็นสัญญาณหนี้เสียที่สูงขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2556 มีการปรับลดวงเงินกู้ต่อหลักทรัพย์ลง รวมทั้งพิจารณาความสามารถชำระหนี้ โดยลดสัดส่วนรายจ่ายในการชำระหนี้ต่อรายได้เฉลี่ยต่อเดือนให้ต่ำลง ลดการก่อหนี้เกินตัว แต่ความเข้มงวดต้องพอดี เพราะถ้าเข้มมากอาจกระทบกับการบริโภคในภาพรวมได้
นางพิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย (เคทีซี) กล่าวว่า เคทีซียังคุมเอ็นพีแอลได้ต่ำ 1.6% จากระดับของตลาดที่ 2.6% ขณะที่ยอดผิดนัดชำระ 1-3 เดือน อยู่ที่ 2.3% โดยเคทีซีปรับแผนรองรับให้ทันสถานการณ์ ปัจจุบันมีอัตราอนุมัติบัตรเครดิต 48% ของยอดคำขอ ส่วนวงเงินต่อบัตรไม่ได้ลดลง เพราะให้ตามความสามารถของลูกค้า
สำหรับแนวโน้มตลาดบัตรเครดิตในปีนี้ แม้ว่าจะมีภาวะหนี้ครัวเรือนกดดัน แต่คาดว่าตลาดยังขยายตัวได้เฉลี่ย 10-15% โดยผู้ประกอบการจะเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลางถึงรายได้สูง ยิ่งภาวะเศรษฐกิจที่น่าจะดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว ทำให้ลูกค้ากล้าใช้จ่ายมากขึ้น







