เตรียมตั้งบรอดแบนด์แห่งชาติดันทุกบ้านเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในปีครึ่ง
รัฐบาลเตรียมตั้งนิติบุคคลเจ้าของบรอดแบนด์แห่งชาติ รัฐ-เอกชนร่วมถือหุ้น ผลักดันทุกบ้านเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในปีครึ่ง
รัฐบาลเตรียมตั้งนิติบุคคลเจ้าของบรอดแบนด์แห่งชาติ รัฐ-เอกชนร่วมถือหุ้น ผลักดันทุกบ้านเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในปีครึ่ง
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงานสัมมนา “ขับเคลื่อน SMEs ด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล” ว่า ในการเตรียมการเศรษฐกิจดิจิทัลรัฐบาลอยู่ระหว่างการเตรียมการทั้งในด้านการเตรียมการบรอดแบนด์แห่งชาติ(National Broad Band) ที่นำสายไฟเบอร์ออพติคเข้าไปถึงแต่ละพื้นที่ของประเทศ ทำให้ทุกบ้านสามารถเข้าถึงการใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างทั่วถึง
ซึ่งในส่วนนี้จะมีการตั้งนิติบุคคลขึ้นมาซึ่งมีรัฐและเอกชนเป็นเจ้าของร่วมกัน โดยมีสินทรัพย์จากการรวมบรอดแบนด์ของทั้งรัฐและเอกชนที่มีอยู่ในปัจจุบันเข้ามาอยู่รวมกันเพื่อให้เป็นบรอดแบนด์แห่งชาติขนาดใหญ่ ซึ่งการพิจารณาเกี่ยวกับรูปแบบของนิติบุคคลนี้จะมีการเสนอให้คณะกรรมการเตรียมการด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณา ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการชุดนี้ได้ผ่านการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี(ครม.)แล้ว รอเพียงการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะมีการเรียประชุมทันที โดยหลักการตั้งนิติบุคคลเจ้าของเนชั่นแนลบรอดแบนด์แล้วคาดว่าจะใช้เวลาเตรียมการด้านต่างๆ ประมาณ 7 เดือน และเชื่อว่าภายในหนึ่งปีครึ่งจะสามารถผลักดันให้บ้านทั่วประเทศสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในต้นทุนที่ถูกอย่างทั่วถึง ภายในปีครึ่ง
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการเสนอประเด็นอื่นๆ ให้คณะกรรมการเตรียมการเศรษฐกิจดิจิทัลฯ พิจารณาด้วยคือการเดินหน้าประมูลคลื่น 4G ซึ่งถ้าคณะกรรมการชุดนี้ตัดสินใจให้เดินหน้าก็มอบอำนาจให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เดินหน้าการประมูลซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาเตรียมการประมูลประมาณ 4 เดือน และจะเริ่มต้นได้ก่อนเดือน ก.ย. แน่นอน
ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่จะถูกนำเสนอให้คณะกรรมการเตรียมการเศรษฐกิจดิจิทัลพิจารณาอีก คือการเตรียมการด้านต่างๆ ตามนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลได้แก่การจัดทำดาต้าเซนเตอร์ที่รวมข้อมูลด้านการประกอบธุรกิจด้านดิจิทัล การเตรียมการด้านอินเทอร์เนชั่นแนลเกตเวย์ที่ปัจจุบันไทยมีเพียง 2 เกตเวย์ซึ่งทำให้การไหลของข้อมูลยังช้า ซึ่งอาจจะต้องมีการลงทุนเพิ่มให้เป็น 10 เกตเวย์
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าของการออกกฎหมายเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลว่าขณะนี้มีกฎหมายอยู่ 2 ชุด ชุดแรกคือกฎหมายตั้งคณะกรรมการเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กฎหมายการปรับปรุงกระทรวงไอซีทีไปเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งชุดนี้ขณะนี้ผ่านชั้นกฤษฎีกาแล้วและรอการเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งคาดว่าใน 2-3 เดือนจะสามารถประกาศใช้ได้ และชุดที่2 เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ข้อบังคับต่างๆ เพื่อเอื้อต่อการทำการค้าดิจิทัลให้มีความน่าเชื่อถือแต่ยังคงมีการวิจารณ์อยู่ขณะนี้ยังคงอยู่ในชั้นการปรับแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา







